การสัมมนาประชาพิจารณ์คู่มือกำหนดอายุการเก็บเอกสารและสื่อโสตทัศน์
การสัมมนาประชาพิจารณ์คู่มือกำหนดอายุการเก็บเอกสารและสื่อโสตทัศน์
ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
ศราวุฒิ วัชระปันตี
รมย์ ธนูเทพ
กรมประชาสัมพันธ์ ได้จัดการสัมมนาเรื่อง ประชาพิจารณ์คู่มือกำหนดอายุการเก็บเอกสารและสื่อโสตทัศน์ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย โดยมีการสัมมนาในหัวข้อ เก็บให้ได้ใช้ หาแล้วให้โดน หอจดหมายเหตุ : คลังข้อมูลสำคัญของชาติ และการจัดทำคู่มือกำหนดการเอกสารและสื่อโสตทัศน์และเอกสารเกี่ยวเนื่องของ สวท. และ สทท.
ในการสัมมนาหัวข้อ “เก็บให้ได้ใช้ หาแล้วให้โดน” คุณชูศักดิ์ วรพิทักษ์ ได้ให้แนวความคิดในการจัดเก็บสื่อโสตทัศน์ประเภทภาพไว้ว่า ควรเก็บและทำการสำรองไฟล์ ใส่แผ่น DVD เพื่อป้องกันไวรัส 2 แผ่น แต่มีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี และควรสำรองข้อมูลใน Hard Disk นอกจากนี้แล้วในต่างประเทศ ห้องเก็บรักษาฟิล์มและภาพ มีการควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียสและความชื้นสัมพัทธ์ 50% จึงสามารถเก็บรักษาภาพได้ระยะเวลายาวนานประมาณ 1,400 ปี ถ้าควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส จะสามารถเก็บรักษาภาพถ่ายได้เพียง 7 ปี
คุณขจรศักดิ์ สงมูลนาค และคุณประชา พิศุทธิ์ฤทธิ์ จากสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ได้สรุปขั้นตอนจัดการเก็บแถบบันทึกภาพ (VDO) ว่าควรบันทึกรายละเอียดของแถบบันทึกภาพตามที่ปรากฏ และจำแนกออกตามวันเดือนปี และใส่ในกล่องเอาไว้ แยกแต่ละเรื่อง หลังจากนั้นทำการแปลงไฟล์ลงเซิฟเวอร์ และจัดเก็บแถบบันทึกภาพต้นฉบับ หากเซิฟเวอร์เกิดขัดข้องผู้ให้บริการสามารถนำแถบบันทึกภาพต้นฉบับออกให้บริการได้
การสัมมนาเรื่อง หอจดหมายเหตุ : คลังข้อมูลสำคัญของชาติ โดย น.ส. กรพินธุ์ ทวีตา สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ได้กล่าวถึงคุณค่าของเอกสารจดหมายเหตุ ประเภทของเอกสารจดหมายเหตุ และขั้นตอนการดำเนินงานจดหมายเหตุไว้ดังนี้
1. คุณค่าของเอกสาร จดหมายเหตุ
- เป็นหลักฐานการบริหารงาน
- เป็นหลักฐานทางกฎหมาย
- เป็นหลักฐานด้านการเงิน
- เป็นหลักฐานทางด้านวิชาการ ประวัติศาสตร์
2. คุณค่าต่อข้าราชการ
- เป็นหลักฐานแสดงผลงานสิทธิประโยชน์
3. คุณค่าต่อประชาชน
- เป็นหลักฐานคุ้มครองสิทธิประโยชน์
ประเภทของเอกสารจดหมายเหตุ
1. ลายลักษณ์ เช่น ใบบอก สารตรา
2. โสตทัศนจดหมายเหตุ เช่น ฟิลม์ บัตรอวยพร แถบบันทึกภาพ
3. แผนที่ แผนผัง แบบแปลน
4. วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ เช่น วีซีดี ดีวีดี
ในการจัดทำคู่มือกำหนดการเอกสารและสื่อโสตทัศน์และเอกสารเกี่ยวเนื่องของ สวท. และ สทท. นั้นทางพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุกรมประชาสัมพันธ์ ได้แบ่งหัวเรื่องของการจัดเก็บเอกสารออกเป็น 8 ประเภทดังนี้
1. ผังรายการ
2. รายการ
3. ถ่ายทอดสด
4. ข่าว
5. สปอต
6. stock shot
7. บันทึกรายการวิทยุและโทรทัศน์ประจำวัน
8. รายงานการออกอากาศ
9. ประเมินผลรายการ / การรายงานผล
นอกจากนี้แล้วยังได้มีการร่างแนวทางการส่งมอบเอกสารจากสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย และสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ มายังพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุกรมประชาสัมพันธ์และวิธีปฏิบัติในการทำลายสื่อโสตทัศน์และเอกสารเกี่ยวเนื่องเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ของกรมประชาสัมพันธ์ต่อไป
หมายเหตุ : จากการสัมมนาประชาพิจารณ์คู่มือกำหนดอายุการเก็บเอกสารและสื่อโสตทัศน์ของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยและสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ วันที่ 8-9 กรกฎาคม 2553 ณ ห้องอเนกประสงค์ 3 อาคารหอประชุม กปส. มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้ นายศราวุฒิ วัชระปันตี และนายรมย์ ธนูเทพ
การทำเล่มหนังสือและการซ่อมหนังสือ
การทำเล่มหนังสือและการซ่อมหนังสือ
ประกอบ ดาราตระกูล
ธีระพล เงินนาค
ศูนย์ฝึกอบรมอบรมเทคโนโลยีการพิมพ์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ได้จัด บรรยายความรู้ การทำเล่มหนังสือปกอ่อน ปกแข็ง การเย็บกี่ด้วยมือ การเลื่อย
สันฝังด้าย และการซ่อมหนังสือปกแข็ง ปกอ่อนที่หลุดจากสันเล่ม
หลักการสำคัญในการทำเล่มและซ่อมหนังสือ ต้องคงรูปลักษณ์เดิมเอาไว้ให้มากที่สุด มิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสาร วัสดุที่ใช้ซ่อม จะไม่ทำลายเนื้อเยื่อกระดาษ
ขั้นตอนในการทำเล่มและซ่อมหนังสือ
ขั้นตอนที่ 1 สำรวจอาการชำรุดของหนังสือแต่ละเล่ม
ขั้นตอนที่ 2 คัดแยกตามอาการ เช่น ชำรุดจากการฉีกขาด หรือปกหลุด
ขั้นตอนที่ 3 เตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือ
วิธีการซ่อมหนังสือ
1. การซ่อมโดยทากาว สำหรับหนังสือที่ปกขาด สันหลุด รอยฉีกขาด หน้าแหว่งทะลุเป็นรู หน้าหลุด (บางแผ่น) เข้าเล่มเข้าปกใหม่
2. การซ่อมโดยการเย็บกี่ ใช้เฉพาะกับเล่มที่เย็บกี่เก่ามาเท่านั้น
3. การซ่อมโดยเย็บพันลำ ใช้ซ่อมเล่มที่สันเปื่อย หรือ สันขาดไม่เท่ากัน
4. การซ่อมแบบเย็บจุลสาร ใช้เย็บเล่มเอกสารเล็ก ๆ บาง ๆ
5. การซ่อมแบบเลี่อยสันฝังด้าย ใช้สำหรับหนังสือ อกแคบ (มีข้อความ/ภาพอยู่ชิดสัน เล่ม) โดยเฉพาะหนังสื่อที่ได้รับการซ่อมบ่อย ๆ
6. การซ่อมเย็บแบบเจาะ ใช้ซ่อมเล่มเดิมที่ไสกาว หรือเข้าเล่มใหม่
ภาพประกอบการฝึกปฎิบัติการทำเล่มหนังสือและการซ่อมหนังสือ
หมายเหตุ : จากการฝึกอบรม “โครงการทำเล่มหนังสือและซ่อมหนังสือ” วันพุธที่ 30 มิถุนายน 2553 ถึง วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม 2553 ณ ศูนย์ฝึกอบรมเทคโนโลยีการพิมพ์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ผู้เข้าร่วมประชุม นายประกอบ ดาราตระกูล และ นายธีระพล เงินนาค
มาตรฐานสื่อดิจิทัลเพื่อการบริการยุคสังคมฐานความรู้
การบรรยายพิเศษ เรื่อง ความสำคัญของมาตรฐานสื่อดิจิทัลโดย ศาสตราจารย์ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์
สังคมความรู้ หมายถึง สังคมซึ่งใช้ความรู้เป็นทรัพยากรในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำความรู้ไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สื่อดิจิทัล หมายถึง สื่อที่มีการนำเอาข้อความ กราฟิก ภาพเคลื่อนไหว เสียง มาจัดรูปแบบ โดยอาศัยเทคโนโลยีความเจริญก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์ สื่อสารทางออนไลน์
สื่อผสม หมายถึง สื่อมัลติมีเดีย ที่ต้องอาศัยการใช้คอมพิวเตอร์แสดงผล เป็นลักษณะการผสมสื่อหลายชนิดเข้าด้วยกัน โดยเน้นที่การ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้เห็น ได้เลือกก่อนนำมาใช้
วิวัฒนาการ การพัฒนาการเขียนในยุคต่างๆ ในอดีตทำให้เกิดการเรียนรู้จนถึงปัจจุบันสู่การใช้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตเป็นสถิติที่สูง ทำให้ต้องมีการบริหารจัดการ และกำหนดมาตรฐานสื่อดิจิทัลขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้ได้เข้าถึงได้สูงสุด
การจัดการสื่อดิจิทัล
1. มีการถ่ายทอดและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
2. ให้เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
3. มีมาตรฐานเพื่อการนำมาใช้ใหม่ได้หลายๆครั้ง
4. มีการไหลเวียนผ่านกระบวนการที่สร้างคุณค่า
โครงการเครือข่ายห้องสมุดดิจิทัลประเทศไทยและการหารือเพื่อจัดทำโครงการ/ร่วมโครงการ นำโดยแผนงาน ICT สสส. โดย คุณชิตพงษ์ กิตตินราดร
สนับสนุนและส่งเสริมด้าน การผลิต การเผยแพร่ และการเข้าถึงสื่อออนไลน์เพื่อสร้างพื้นที่ทางปัญญา ตอบสนองทุกความต้องการและทุกกลุ่มเป้าหมาย
ปัญหา e-book Online
1. ความหน้าเชื่อถือของเว็บไซต์
2. ความครบถ้วนสมบูรณ์ของเนื้อหา
3. การจัดระบบของข้อมูล
4. มาตรฐานเนื้อหา
5. คุณภาพของข้อมูล
จากปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องจัดระบบมาตรฐานสื่อดิจิทัลก่อนนำเผยแพร่สู่สาธารณชน ซึ่งมีความสำคัญและสามารถกำหนดอนาคตของสังคม
ข้อกำหนดการพัฒนาสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพ โดย คุณบุญเลิศ อรุณพิบูลย์
การจัดทำสื่อดิจิทัลที่ผ่านมา มักจะเน้นการใช้งานโปรแกรมสร้างสรรค์สื่อมากกว่าการพิจารณามาตรฐานในการนำสื่อไปใช้งาน ส่งผลให้เกิดปัญหาหลากหลาย รวมถึงปัญหาในการพัฒนาระบบคลังข้อมูล จึงต้องมีข้อกำหนดมาตรฐานต่างๆขึ้นดังนี้
1. การจัดการโฟลเดอร์และแฟ้มเอกสาร เช่น ชื่อโฟลเดอร์ การตั้งชื่อแฟ้มเอกสาร
2. ข้อกำหนดภาพดิจิทัล เช่น ความละเอียดของภาพ ขนาด คุณลักษณะเฉพาะ
3. ข้อกำหนดเอกสารเว็บ เช่น กำหนดชุดของตัวอักษร การระบุแบบอักษร การนำภาพมาประกอบ
4. ข้อกำหนดเอกสารงานพิมพ์ เช่น หน่วยงานควรกำหนดแบบอักษรทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษให้เป็นชุดเดียวกัน การเลือกใช้แบบอักษร รูปแบบการสร้างงาน
5. การใช้เครื่องหมายวรรคตอน
6. ข้อกำหนดสื่อนำเสนอ เช่น หน่วยงานควรกำหนดรูปแบบในการนำเสนอชุดงานหนึ่งๆ เป็นแนวทางเดียวกัน
แหล่งข้อมูล สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. ข้อกำหนดการ
พัฒนาสื่อดิจิทัลที่มีคุณภาพ. http://stks.or.th.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). โครงการเครือ
ข่ายห้องสมุดดิจิทัลแห่งประเทศไทย.
หมายเหตุ : จากโครงการสัมมนาเรื่อง มาตรฐานสื่อดิจิทัลเพื่อการบริการยุคสังคมฐานความรู้ จัดโดย ศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (stks) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันพุธที่ 27 มกราคม 2553 ณ ห้องประชุม ประกอบ หุตะสิงห์ อาคารเอนกประสงค์ 1 ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้เข้าร่วมสัมมนา อาจารย์สุวคนธ์ ศิริวงค์วรวัฒน์ และ นางจันทร์ฉาย วีระชาติ
การพัฒนาบุคลากรงานบริการห้องสมุด และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุด
บุคลากรงานบริการห้องสมุด จะต้องทำหน้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้มาใช้บริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการจึงมีความจำเป็นจะต้องพัฒนาความรู้ ความสามารถ ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างห้องสมุด เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรสารสนเทศที่ผู้ใช้บริการต้องการ
แนวคิดและหลักการในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ วิทยากรโดย รศ.ดร. มณีวรรณ ฉัตรอุทัย จะเน้นในเรื่องของ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกคนเข้าทำงาน ให้คนทำงานตรงกับความรู้ความสามารถ การพัฒนาคนเก่าที่ทำงานอยู่แล้ว ให้มีประสิทธิภาพ และคนทุกคนที่ทำงานต้องมีความสามารถในการทำงาน รวมถึงการสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงาน อยากให้ผลงานดี ก็ต้องมีค่าตอบแทนที่ดี และสวัสดิการดีด้วย
การสื่อสารกับงานห้องสมุด วิทยากรดร.กำพล แสวงบุญ จะพูดถึงการสื่อสารกับงานห้องสมุด โดยเน้นที่ตัวบรรณารักษ์ บรรณารักษ์จะต้องพร้อมที่จะปรับตัวให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลง และการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง บนพื้นฐานของคุณลักษณะที่มีอยู่เพื่อการสร้างสรรค์ เราจะต้องสร้างอัตตาลักษณ์ให้คนอื่นรู้จักตัวเรา ว่าเราอยู่ที่ไหน เราทำอไรและเราสำคัญอย่างไร
สร้างทีมสร้างสุข วิทยากรโดย รศ.ดร.วิชัย อุตสาหกิจ การสร้างทีมงานต้องเน้นที่โครงสร้างการทำงาน พยายามทำโครงสร้างการทำงานให้เป็นทีมให้มากที่สุด การสื่อสารที่ดีต้องเริ่มที่คนฟัง ไม่ควรฟังแล้วใจร้อนด่วนตัดสินใจ ควรพูดให้น้อยและลงมือทำให้มาก อย่ารีบด่วนสรุป ลักษณะของทีมที่ดี จะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนที่เข้าใจร่วมกัน สื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา ตัดสินใจโดยใช้กลุ่ม ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และมีทิศทางที่ชัดเจน
สูตรลับความสำเร็จ จะต้องทำงานแบบ 3ส ประกอบด้วย ใช้สติ มุ่งสำเร็จ และสร้างสุข และสุดท้ายจะต้องพร้อมก้าวเดินไปด้วยกัน
หมายเหตุ : จากโครงการพัฒนาบุคลากรงานบริการห้องสมุดและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุด วันพฤหัสบดีที่ 4 – วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารบุญชนะ อัตถากร สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ ผู้เข้าร่วมฟังบรรยาย มี นางสาวิตรี แสงวิริยภาพและนางสาวสุภี วิหคไพบูลย์
ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib
ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อใช้งานในสถาบันอุดมศึกษาที่ประสงค์จะใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่พัฒนาในประเทศไทย และมีฐานการพัฒนาบนห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทยโดยเฉพาะ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib พัฒนาโดยสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มี 7 Module ดังนี้
1. Acquisition Module
• แนะนำ/เสนอซื้อ ทรัพยากรสารสนเทศผ่านเว็บไซต์
• ตรวจสอบรายการซ้ำ หรือรายการที่ห้องสมุดมีแล้ว
• ระบบสามารถรองรับการลงทะเบียนเป็นสมาชิกของสำนักพิมพ์หรือตัวแทนจำหน่าย ผ่าน web โดยใช้เลขทะเบียนการค้าเท่านั้น เพื่อติดต่อการในการจัดหา
• สามารถเปรียบเทียบจากการเสนอของสำนักพิมพ์แต่ละชื่อเรื่องได้
• การขออนุมัติ มี 2 ระบบ
- ผู้บริหารสามารถอนุมัติผ่าน web ได้
- ผู้บริหารอนุมัติจากบันทึกการขออนุมัติได้
• การตรวจรับจะมีผู้ตรวจรับ รายการตรวจรับในระบบและตรวจสอบได้ และสามารถ ตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด
• ในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาได้ หรือหยุดพิมพ์ หรือดำเนินการจัดซื้ออีครั้ง ระบบจะแจ้ง ให้ผู้เสนอแนะทราบ สถานะของการดำเนินการ
• กระบวนการจัดซื้อจัดหา ระบบจะรวบรวมรายการ และบอกรายการที่เสนอซ้ำ หรือ ผ่านวิธีการจัดซื้อในขั้นตอนใด
2. Cataloging Module
• ระบบสามารถ จัดทำบาร์โค้ดได้
• ระบบจัดทำ label หรือการพิมพ์สัน ของหนังสือแต่ละเล่มได้จากรายการที่ได้ catalog แล้วในระบบ และ print ออกมาดำเนินการกับตัวเล่มได้เลย
3. Serial Control Module
จุดเด่นของโมดูลนี้ คือ การลงทะเบียนวารสาร 1 ชื่อเรื่อง 1 ครั้ง ระบบจะคำนวณวาระการออกและการติดตามวารสารให้เป็นรายปีให้อย่างต่อเนื่อง ถ้ารายการใดได้รับแล้ว ก็ check in ถ้ารายการใดยังไม่ได้รับ ก็สามารถดำเนินการแก้ไข และแจ้งเหตุผลได้
4. Authority Control Module (ระบบควบคุมรายการ)
เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ สำหรับใช้ในการจัดการ หัวเรื่อง ชื่อผู้แต่ง และชื่อนิติบุคคล ให้เป็นรูปแบบของระเบียน ควบคุมรายการตามมาตรฐาน MARC21 เพื่อเป็นตัวกำหนดและควบคุมการลงรายการบรรณานุกรม และเป็นดรรชนีในการสืบค้นให้กับ OPAC
5. Policy Management Module
เป็นระบบย่อยที่ใช้เพื่อกำหนดรูปแบบและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ทั้งนี้เนื่องจากห้องสมุดแต่ละแห่งมีนโยบายในการให้บริการที่ต่างกัน จึงอำนวยความสะดวกในการทำงาน โดยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดนโยบายการให้บริการได้เอง เช่น เวลาทำการ ซึ่งในสถาบันการศึกษา มีวันและเวลา การเปิดบริการของห้องสมุดแตกต่างกันระหว่าง ภาคการศึกษา และช่วงปิดภาคการศึกษา การกำหนดค่าปรับ และการกำหนดระยะเวลาของการนำทรัพยากรขึ้นชั้น เป็นต้น และระบบสามารถสำรองและเรียกคืนข้อมูลทั้งยังสามารถรองรับการกำหนด Tag ที่จำเป็นในการจัดทำรายการได้
6. OPAC & Utility Module
เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ สำหรับสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศทางออนไลน์ (Online Public Access Catalog) รวมทั้งยังใช้เป็นช่องทางสำหรับให้บริการแก่สมาชิกทางออนไลน์ด้วย โดยออกแบบและพัฒนาให้มีความทันสมัยและง่ายต่อการใช้งาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกห้องสมุด รวมทั้งผู้สนใจ ผู้รับบริการห้องสมุดจึงสามารถติดต่อกับระบบผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อค้นหาข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศและการให้บริการอื่นๆ เช่น การยืมต่อและการจอง เป็นต้น
7. Circulation Module ของระบบ WALAI AutoLib
เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ สำหรับงานบริการยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด โดยออกแบบและพัฒนาให้บริการยืม คืน จอง สำรอง จ่ายค่าปรับ และแจ้งหายแก่สมาชิก แบบครบวงจรทั้ง ณ จุดให้บริการและข้ามสาขาห้องสมุดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับนโยบายการให้บริการที่แตกต่าง ทั้งต่างห้องสมุดสาขาและต่างประเภทสมาชิก สามารถแสดงรูปสมาชิกขณะทำรายการได้และสนับสนุนอุปกรณ์ Self Check และ RFID
แหล่งอ้างอิง :
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์. (2552). โครงการพัฒนา
ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai AutoLIB. นครศรีธรรมราช : สำนักวิชา
สารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.
หมายเหตุ : จากการเข้าร่วมสัมมนาในโครงการสัมมนาความร่วมมือกลุ่มผู้ใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai AutoLIB “โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ สำหรับห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย” จัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 ณ
ห้องกิ่งเพชร โรงแรมเอเชีย ราชเทวี กรุงเทพมหานคร ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้แก่ อาจารย์
สุวคนธ์ ศิริวงศ์วรวัฒน์ นางไพจิตร เกิดอยู่ และนางจันทร์ฉาย วีระชาติ
ความร่วมมือของห้องสมุดในโอไฮโอ (Ohio)
เครือข่ายความร่วมมือของโอไฮโอที่เรียกว่า OhioLINK มีวิวัฒนาการมาจากความร่วมมือของเครือข่ายห้องสมุดอุดมศึกษาระดับวิทยาลัยของโอไฮโอที่เรียกว่า OCLC (Ohio College Library Consortium) ซึ่งเริ่มโครงการในปี ค.ศ. 1971 มาถึงปัจจุบันประมาณ 38 ปี OCLC มีการเริ่มโครงการความร่วมมือโครงการแรก คือ การทำบัตรรายการร่วมกัน (Shared Cataloging) การบริการขยายจากภายในรัฐออกนอกรัฐโอไฮโอ ต่อมาโครงการการยืมระหว่างห้องสมุด (Interlibrary Loan) จากรูปแบบเดิมเป็นการยืมในรูปแบบอัตโนมัติ OCLC ขยายตัวรวดเร็วมากจากระดับท้องถิ่น เป็นระดับชาติและระดับนานาชาติ และไม่สามารถที่จะให้บริการความต้องการพื้นฐาน ของผู้ใช้บริการในโอไฮโอในเรื่องการใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันได้
ค.ศ.1987 Ohio Board of Regents ได้ให้งบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานแคตตาลอคอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อห้องสมุดทั่วรัฐโอไฮโอ OhioLINK จึงเกิดขึ้นแตกตัวมาจาก OCLC ค.ศ. 1990 OhioLINK และ Innovative Interfaces, Inc. (III) ได้พัฒนาศูนย์กลางบัตรรายการ (แคตตาลอก) ระบบการยืม-คืนร่วมกัน และ 4 ฐานข้อมูลจาก UMI
ค.ศ. 1992 6 ห้องสมุดมหาวิทยาลัยของรัฐได้ติดตั้งระบบ OhioLINK ศูนย์กลางบัตรรายการได้เริ่มดำเนินการ
ทศวรรษ 1990 – ต้นทศวรรษ 2000 มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐทั้งหมด มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยเอกชน ห้องสมุดประจำรัฐโอไฮโอ ห้องสมุดประชาชนขนาดใหญ่บางแห่ง และห้องสมุดโรงเรียนขนาดใหญ่บางแห่ง เข้าร่วมเครือข่าย
ค.ศ. 1996 OhioLINK ให้บริการผ่านระบบ WWW (World Wide Web) ค.ศ. 1998 OhioLINK เป็นศูนย์กลางวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ค.ศ. 2000 เป็นศูนย์กลางมีเดียดิจิทัล ค.ศ. 2002 เป็นศูนย์กลางวิทยานิพนธ์และปริญญานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ ค.ศ. 2006 เป็นแหล่งรวมทรัพยากรดิจิทัล และปี ค.ศ. 2008 เป็นศูนย์กลางหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
สมาชิกของ OhioLINK ต้นปี 2010 มีห้องสมุดวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย 88 แห่ง เป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยวิจัย (รัฐ) 6 แห่ง วิทยาลัยเอกชน 49 แห่ง และวิทยาลัยเทคนิคกับวิทยาลัยชุมชน 23 แห่ง ห้องสมุดประจำรัฐโอไฮโอ ห้องสมุดประชาชนขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ Cuyahoga Public Library และ Westerville Public Library และห้องสมุดโรงเรียน 1 แห่ง คือ Upper Arlington High School
โปรแกรมสำคัญๆ ของ OhioLINK มีดังนี้
1. ศูนย์กลางบัตรรายการ
2. ฐานข้อมูลวิจัย
3. ศูนย์กลางวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (EJC)
4. ศูนย์กลางมีเดียดิจิทัล (DMC)
5. ศูนย์กลางหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (EBC)
6. ศูนย์กลางวิทยานิพนธ์และปริญญานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์ (ETD)
จำนวนทรัพยากรสารสนเทศ
1. ทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภททั้งหมด 48 ล้านรายการ
2. 11.5 ล้านชื่อเรื่อง
3. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 12,000 รายการ
4. บทความอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน หลายล้าน บทความ
5. ฐานข้อมูลวิจัย 140 ฐานข้อมูล
6. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 55,000 รายการ
7. วิทยานิพนธ์และปริญญานิพนธ์ของนักศึกษาโอไฮโอ 19,500 รายการ
หมายเหตุ : สรุปจากการบรรยายของ Dr. Lynn Scott Cochrane ผู้อำนวยการห้องสมุดมหาวิทยาลัยเดนิสัน เมืองแกรนวิลล์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2553 ในการสัมมนาเรื่อง “Thammasat University Libraries Networking Forum : Meet DR. Cochrane” จัดโดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
***************************************
เครือข่ายความร่วมมือของห้องสมุด
วันที่ 7 มกราคม 2553 ดิฉันโชคดีได้มีโอกาสไปฟังการบรรยายเรื่อง เครือข่ายความร่วมมือของห้องสมุด โดยสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงจากประเทศสหรัฐอเมริกา Dr. Lynn Scott Cochrane ผู้อำนวยการห้องสมุด มหาวิทยาลัยเดนิสัน (Denison University) Granville, Ohio (Cochrane@denison.edu) บรรยายเรื่อง “Library Collaboration : Why and How ?” และ “Library Collaboration : OHIOLINK Experience” ผู้ช่วยศาสตราจารย์รวีวรรณ เอื้อพันธุ์วิริยะกุล ผู้อำนวยการศูนย์บรรณสารการพัฒนา ของนิด้า บรรยายเรื่อง “Thai Library Collaboration : What should we do next ?” และ นางสาวสุภาพร ชัยธัมมะปกรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บรรยายเรื่อง “Thai Library Collaboration : Open Source and Library Collaboration”
Dr. Lynn Scott Cochrane ได้เน้นถึงเหตุผลที่ห้องสมุดในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในแถบรัฐที่ Dr. Cochrane ทำงานอยู่ คือ North Carolina, South Carolina, Pennsylvania, Wisconsin, Virginia และ Ohio ร่วมมือกันเพื่อการให้บริการที่ดีที่สุด ผู้ใช้บริการเข้าถึงข้อมูลได้โดยสะดวกและง่ายที่สุด และดีที่สุด ไปยังแหล่งข้อมูลให้มากแหล่งที่สุด และมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
รูปแบบของความร่วมมือมีหลากหลายรูปแบบ คือ
1. ความร่วมมือที่มีโครงสร้าง และเป็นทางการน้อยที่สุด (cooperation)
2. เป็นทางการบ้าง เวียนกันเป็นประธาน และมีการควบคุมโครงการ (Coordination)
3. เป็นทางการ มีการวางแผนระยะยาว และมีการใช้ข้อมูลร่วมกัน (Collaboration)
4. ในรูปแบบของข้อตกลง และร่วมมือกันของห้องสมุดหลายประเภท หรือเป็นกลุ่ม ตั้งเป็นองค์กรขึ้นเพื่อรับผิดชอบ (Consortium)
5. ความร่วมมือที่เป็นการขยายขอบเขตความร่วมมือมากกว่าประเภทที่ 1, 2 หรือ 3 (Consortia)
ความร่วมมือของห้องสมุดในประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1876 มีการจัดตั้งสมาคมห้องสมุดอเมริกัน (American Library Association) มีการจัดพิมพ์ American Library Journal พิมพ์หนังสือ Dewey Decimal Classification สภาการศึกษาของอเมริกา พิมพ์หนังสือ “Public Libraries in the US” ค.ศ. 1880 มีบทความที่พิมพ์ใน Library Journal กระตุ้นให้มีการใช้ข้อมูลร่วมกัน มีการจัดตั้งคณะกรรมการความร่วมมือ (ALA Cooperation Committee) ของสมาคมห้องสมุดอเมริกัน
ความร่วมมือห้องสมุดด้านต่างๆ เริ่มในศตวรรษที่ 20 คือ ความร่วมมือด้านการวิเคราะห์หมวดหมู่และทำบัตรรายการ (Cooperation Cataloging) หอสมุดรัฐสภาอเมริกันเริ่มผลิตบัตรรายการออกเผยแพร่ ต่อมาจัดพิมพ์คู่มือการกำหนดหัวเรื่อง (Library of Congress Subject Headings) ค.ศ. 1933 กลุ่ม North Carolina Triangle Research Libraries Network (UNC – CH, DUKE, later NCSU, NCCU) ดำเนินกิจกรรมเครือข่ายความร่วมมือ
ความร่วมมือกันในด้านจัดทำบัตรรายการร่วมกัน ใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกัน ส่งสิ่งพิมพ์และสื่อโสตทัศน์ให้กัน ด้านพัฒนาบุคลากร และจัดให้มีแหล่งรวมเก็บทรัพยากรที่ใช้น้อย
ประโยชน์ของเครือข่ายความร่วมมือ
1. ผู้ใช้ได้รับทรัพยากรสารสนเทศที่ต้องการ
2. งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. งานที่ทำมีสมรรถภาพ สิ่งที่ทำถูกต้อง
4. ปรับปรุงและขยายความรู้ และความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ
5. เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
6. ลดการทำงานซ้ำซ้อน
7. รวบรวมแหล่งข้อมูลได้มากขึ้น
8. แต่ละห้องสมุดสร้างแหล่งข้อมูลที่เป็นจุดแข็งของตน
9. ดีกว่าการติดต่อกับร้านค้า
ข้อจำกัด
1. ความเป็นตัวตนของแต่ละแห่งลดลง
2. ลดการแข่งขันการคัดเลือกคน
3. ลดผู้เชี่ยวชาญทางสาขาวิชาของแต่ละแห่ง
4. ความรับผิดชอบในการแบ่งกันใช้ หรือการควบคุมการใช้ข้อมูลร่วมกัน เป็นเรื่องยากที่จะประสบผลสำเร็จ
ความร่วมมือของห้องสมุดในประเทศสหรัฐอเมริกา
1. เป็นความร่วมมือระดับรัฐ (State)
2. เป็นความร่วมมือระดับภูมิภาค (Region)
3. เป็นความร่วมมือตามประเภทของห้องสมุด (ประชาชน อุดมศึกษา โรงเรียน และเฉพาะ)
4. แหล่งงบประมาณ (รัฐ หรือ เอกชน)
5. ขนาดของห้องสมุดที่เข้าร่วมเครือข่ายไม่เท่ากัน
ตัวอย่างความร่วมมือของห้องสมุดในประเทศสหรัฐอเมริกา
1. Boston Library Consortium
2. California Digital Library
3. 2 CUL
4. Georgia Pines
5. OhioLINK
6. VIVA
7. OCLC
Boston Library Consortium เริ่ม ค.ศ. 1970 มีห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา และห้องสมุดวิจัย ทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 19 แห่ง สิ่งที่ดำเนินการ คือ การรวบรวมสิ่งพิมพ์ของสถาบันการให้ความช่วยเหลือ ของบัณฑิตและผู้เชี่ยวชาญ
California Digital Library เริ่ม ค.ศ. 1997 มีห้องสมุดวิทยาเขต 10 แห่ง ห้องสมุดเป็นสถาบันวิจัยขนาดใหญ่ ข้อมูลส่วนใหญ่ที่เก็บเป็นข้อมูลที่อยู่ในรูปดิจิทัล การให้บริการ มีบริการบรรณานุกรม การบริหารจัดการทรัพยากรสารสนเทศ การบริการการพิมพ์ และการสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ
2 CUL ก่อตั้ง ค.ศ. 2009 เป็นความร่วมมือของห้องสมุดมหาวิทยาลัยโคลัมเบียและคอร์เนลล์ ในนิวยอร์คซิตี้และอิทาคา ทั้ง 2 มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยขนาดใหญ่ โครงการความร่วมมือที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยทั้งสองดำเนินการ คือการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศร่วมกัน
Georgia Pines เริ่ม ค.ศ. 1998 ห้องสมุดประชาชน จำนวน 285 แห่ง ร่วมในโครงการความร่วมมือ
“Georgia Pines” ทั่วทั้งรัฐ Georgia “borderless library” ให้สิทธิ์ผู้ใช้บริการทุกเชื้อชาติ เข้าไปใช้ห้องสมุดที่ร่วมโครงการทั้ง 285 แห่งได้ ความร่วมมือของห้องสมุดคือการพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ การบำรุงรักษาทรัพยากรสารสนเทศ และการพัฒนาบุคลากร Georgia Pines มีศูนย์กลางการดำเนินการทรัพยากรสารสนเทศ (Centralized Processing) โดยใช้ระบบ Equinox
Virtual Library of Virginia ก่อตั้ง ค.ศ. 1994 มีห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา 72 แห่ง ในรัฐ Virginia เข้าร่วมโครงการ เป็นห้องสมุดของรัฐและเอกชน มีทั้งห้องสมุดขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ร่วมกันใช้ทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบ เข้าถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของกันและกันได้ โดยใช้ข้อตกลง “Memorandum of Understanding (MOU)”
OCLC (Ohio College Library Consortium) เริ่ม ค.ศ. 1971 เป็นโครงการความร่วมมือของวิทยาลัยต่างๆ ในรัฐ Ohio ในระยะแรกๆ โครงการความร่วมมือ คือ การใช้ข้อมูลบัตรรายการร่วมกัน ต่อมาขยายไปยังโครงการยืมระหว่างห้องสมุด (Interlibrary Loan) ปัจจุบันมีสมาชิก 71,000 ห้องสมุด และหลายประเภท ทั่วโลก รูปแบบการดำเนินงานเป็นรูปบริษัท สามารถเข้าดูข้อมูลได้ที่ http://www.oclc.org/us/en/default.htm
OhioLINK เป็นส่วนหนึ่งแตกจาก OCLC เพื่อสร้างเครือข่ายของ Ohio เมื่อ OCLC ก้าวไปสู่เครือข่ายระดับโลก อาจกล่าวได้ว่า OhioLINK เป็นเครือข่ายห้องสมุดที่ดีที่สุดเครือข่ายหนึ่ง (ผู้เขียนจะเขียนละเอียดเฉพาะ OhioLINK ในบทความหน้า)
ICOLC (International Coalition of Library Consortium) เริ่ม ค.ศ. 1997 เป็นความร่วมมือระดับนานาชาติ มีห้องสมุดเป็นสมาชิก 150 แห่ง รูปแบบของความร่วมมือไม่เป็นทางการ ต้องบริหารจัดการกันเอง อาจเรียกความร่วมมือนี้ว่า MetaConsortium
OLE (Open Library Environment) เริ่ม ค.ศ. 2008 – 2009 มีเป้าหมายเพื่อกำหนด Platform ของเทคโนโลยีห้องสมุดรุ่นต่อไป มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงความสามารถของห้องสมุดที่จะส่งข้อมูล (เนื้อหา) และการบริการอื่นๆ
มหาวิทยาลัย Duke เป็นผู้นำกลุ่มห้องสมุดวิจัย 11 แห่ง และ 2 โครงการความร่วมมือ (Consortium) กับหอสมุดแห่งชาติ ของประเทศคานาดา และประเทศออสเตรเลีย ร่วมในโครงการความร่วมมือนี้
โครงการ OLE ได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิ Andrew W. Mellon เป็นเงิน 475,000 เหรียญสหรัฐ ให้ดำเนินการ ระหว่างกันยายน ค.ศ. 2008 – มิถุนายน 2009 โดยพัฒนาโปรแกรม Open Source OhioLINK เป็นหนึ่งใน 15 สมาชิก รายละเอียดดูเพิ่มเติมที่ http://oleproject.org
Dr. Cochrane ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยไว้ดังนี้:
1. Infrastructure ด้านเทคโนโลยีห้องสมุด ควรเป็น high–speed, broadband computer network nationwide
2. ใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน
3. ทำ Union Catalog ให้ลุล่วง
4. ใช้ one software platform
5. E-resource ภาษาไทย
การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุด
1. อาจเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ สองหรือสามห้องสมุด
2. สร้างความร่วมมือเป็นทางการ (formal consortium)
3. เชื่อมโยงหรือใช้ระบบ catalog ร่วมกัน
4. ร่วมกันใช้สิ่งพิมพ์ (โดยใช้บริการส่ง)
5. ซื้อฐานข้อมูลออนไลน์ร่วมกัน
6. ร่วมกันจัดทำดรรชนีวารสารภาษาไทย
7. ร่วมกันพัฒนาบุคลากร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์รวีวรรณ เอื้อพันธุ์วิริยะกุล ได้ให้ความเห็นว่าห้องสมุดควรร่วมมือกันในด้านการจัดทำเนื้อหาให้อยู่ในรูปของดิจิทัล เช่น หนังสือหายาก วารสารเก่ามีคุณค่า และไมโครฟิล์ม พัฒนาฐานข้อมูลทรัพยากรอ้างอิง ร่วมกันจัดทำ Union Catalog การร่วมมือด้านการยืมระหว่างห้องสมุด ร่วมกันจัดหาทรัพยากรสารสนเทศ ด้านการพัฒนาบุคลากร การสร้างคลังเก็บหนังสือที่ใช้น้อย รวมทั้งร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนด้านห้องสมุด
นางสาวสุภาพร ชัยธัมมะปกรณ์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการของศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะในด้านการนำซอฟต์แวร์รหัสเปิด (Open Source Software) มาพัฒนาใช้กับงานด้านใดโดยเฉพาะ และได้อธิบายถึงการนำโอเพนซอร์สมาใช้ในประเทศไทย ตัวอย่างโอเพนซอร์ส ซอฟต์แวร์และฟรีแวร์เพื่อใช้แทนโปรแกรมลิขสิทธิ์ โอเพนซอร์สซอฟต์แวร์สำหรับห้องสมุด การใช้และแนวทางส่งเสริมการใช้ (ศึกษารายละเอียดที่ : http://www.stks.or.th/index.php?option=com_… หัวข้อ “ความร่วมมือการใช้กลุ่มโอเพนซอร์ส)
************************************
THAMMASAT UNIVERSITY LIBRARIES NETWORKING FORUM : MEET DR.COCHRANE
7 JANUARY, 2010
BOONCHU MEETING ROOM, 3RD FLOOR
THAMMASAT UNIVERSITY, TAPRACHAN CAMPUS
Jan. 7th, 2010
9.00-9.30 Register
9.30-10.15 Library Collaboration: Why and How?
Dr. LYNN SCOTT COCHRANE
Director of Libraries, Denison University, OH
10.15-10.30 Discussion
10.30-10.45 Coffee Break
10.45-11.45 Library Collaboration: OHIOLINK experience
Dr. LYNN SCOTT COCHRANE
11.45-12.00 Discussion
12.00-13.30 LUNCH
13.30-14.15 Thai Library Collaboration: What should we do
next?
Assoc. Prof. Raweewan Auepanwiriyakul
Director of Library and Information Center, National
Institute of Development Administration (NIDA)
14.15-14.30 Discussion
14.30-14.45 Coffee Break
14.45-15.45 Thai Library Collaboration: Open Source and
Library Collaboration
Supaporn Chaithammapakorn
Director, Science and Technology Knowledge Service
(STKS), National Science and Technology Development
Agency (NSTDA)
15.45-16.00 Discussion
***********************
ทัศนศึกษาดูงานห้องสมุด เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง
ศูนย์สนเทศและหอสมุด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้รับรางวัล “The Top 10 Best Investment Hub@SET Corner 2552” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน สถาบันกองทุนเพื่อพัฒนาตลาดทุน และได้รับโล่รางวัลเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน พร้อมทุนทัศนศึกษาดูงานห้องสมุด ณ เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 14 – 16 พฤศจิกายน 2552
ดิฉันเป็นผู้แทนจากศูนย์สนเทศและหอสมุด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับผู้แทนจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยอีก 9 แห่ง และผู้แทนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เดินทางไปยังเขตการปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 และได้ศึกษาดูงานของห้องสมุดมหาวิทยาลัย 3 แห่ง และห้องสมุดประชาชน 1 แห่ง เป็นการเดินทางไปศึกษาดูงานที่คุ้มค่าและใช้เวลาได้เป็นประโยชน์ยิ่ง นอกจากนั้นก็ไปทัศนศึกษาสถานที่ทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจของฮ่องกง เช่น หมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง สถานที่สักการะเจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น รายละเอียดของการศึกษาดูงานและภาพประกอบมีดังต่อไปนี้ : ดูเอกสารฉบับเต็มที่นี่
ภาพการเดินทางไปทัศนศึกษาดูงานห้องสมุด ณ เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2552
เดินทางโดยเคเบิ้ลคาร์ ไปหมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง

ทัศนียภาพที่ถ่ายจากเคเบิ้ลคาร์

ภายในบริเวณหมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง

ภายในบริเวณหมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง

ภายในบริเวณหมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง

ด้านหลังบนยอดเขา คือ พระใหญ่วัดโป่หลิน

หน้าประตูทางเข้า / ออกบริเวณวัดโป่หลิน

Lee Shau Kee Library (Hong Kong University of Science and Technology Library)
วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552

หน้าห้องสมุด Pao Yue – Kong Library (The Hong Kong Polytechnic University Library)

Main Library (University of Hong Kong Library)
จินดามณี : ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์สของไทย
การบรรยายเกี่ยวกับระบบห้องสมุดจินดามณีกับศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย คุณวันเพ็ญ ศรีจันทร์กุล และคุณถิรนันทร์ ดำรงค์สอน ฝ่ายสารสนเทศ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวถึง จินดามณีเป็นระบบห้องสมุดที่พัฒนามาจากระบบห้องสมุดเปิดเผยรหัส (Open Source) Koha ซึ่งเป็นระบบที่มีการประยุกต์ใช้ในห้องสมุดต่างประเทศหลายแห่ง ระบบห้องสมุดอัตโนมัติจินดามณีมีฟังก์ชั่นการทำงานพื้นฐานต่างๆ ได้แก่ ระบบ Acquisition, Catalogue, Circulation, Member, Authorities, Report สามารถพัฒนาฟังก์ชั่นการทำงานเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับการทำงานได้
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร สำนักหอสมุด และหน่วยปฏิบัติการวิจัยเชี่ยวชาญเฉพาะการประมวลผลภาษาธรรมชาติและเทคโนโลยีสารสนเทศอัจฉริยะได้ร่วมกันพัฒนาระบบ Koha มาประยุกต์ใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา จนสามารถพัฒนาเป็นระบบห้องสมุดจินดามณี และสามารถรองรับการใช้งานภาษาไทยได้ โดยทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
การสาธิตและอบรมเชิงปฏิบัติการ
ระบบ Catalogue และระบบการค้นคืนทรัพยากรสารสนเทศ (OPAC) โดย คุณวันเพ็ญ ศรีจันทร์กุล และคุณสุพรรณี หงส์ทอง กล่าวถึงจุดเด่นของ ระบบ Catalogue สามารถสืบค้นจากเลขระเบียนบรรณานุกรม ดำเนินการ Add, Edit, Delete จัดการระเบียนตัวเล่ม การทำซ้ำข้อมูลและการบอกรับสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง และระบบการค้นคืนทรัพยากรสารสนเทศ (OPAC) สามารถสืบค้นผ่าน Website, Basic, Advance, display รายการระเบียนและรายการ MARC ได้
ระบบ Circulation และ ระบบยืมทรัพยากรอัตโนมัติ โดย คุณถิรนันทร์ ดำรงค์สอน และคุณพุฒิพงศ์ ยองทอง กล่าวถึงจุดเด่น คือรองรับระบบสมาชิก มีการจัดการสมาชิกโดยการเพิ่มสมาชิกใหม่ แบ่งกลุ่ม เรียกดูและแก้ไข สามารถตรวจสอบข้อมูลสมาชิกได้ครอบคลุม
สำหรับจุดเด่นโดยรวมของระบบห้องสมุดจินดามณี
• สามารถพัฒนา ปรับแก้ไขตามความต้องการได้
• เชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรที่พัฒนาขึ้นเองได้
• เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ภายนอกได้ เช่น อุปกรณ์ RFID
• ใช้งบประมาณน้อย
แหล่งอ้างอิง :
โครงการวิจัยการพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบห้องสมุดแบบเปิดเผยรหัสภาษาไทยเพื่อการ
พึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีภายใต้ชุดโครงการวิจัย “การพัฒนาศูนย์ความรู้
อิเล็กทรอนิกส์ด้านการเกษตร” สนับสนุนโดย สถาบันวิจัยและพัฒนา
แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
หมายเหตุ : สรุปจากการสัมมนา เรื่อง “จินดามณี : ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์สของไทย” วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตร- ศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้ อาจารย์สุวคนธ์ ศิริวงศ์วรวัฒน์ นางจันทร์ฉาย วีระชาติ นางสาวิตรี แสงวิริยภาพ นายพรเทพ ยอแสงรัตน์ และนายอุทิตย์ พิมพา และการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “จินดามณี ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์สของไทย” วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องฝึกอบรม ชั้น 2 อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน มีผู้เข้า ร่วมประชุม ดังนี้ นางจันทร์ฉาย วีระชาติ และนายภาณุมาตร์ สุทธิสังข์
แนวคิดของการพัฒนางานจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย
การบรรยาย เรื่อง “แนวคิดของการพัฒนางานจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย” วิทยากรท่านแรก คือ อาจารย์วนิดา จันทนทัศน์ กรรมการโครงการหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวถึงหอสมุด อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ตัวอย่างเอกสาร การจัดทำตารางอายุเอกสาร โดยเชิญหน่วยงานทุกหน่วยงานในมหาวิทยาลัยรวบรวมเอกสาร ของหน่วยงานมาจัดหมวดหมู่ จัดทำตาราง จัดประชุมคณะกรรมการหอจดหมายเหตุและหน่วยงานต่างๆร่วมกัน พิจารณาวงจรชีวิตของเอกสารนำเสนอเอกสารจดหมายเหตุบุคคล อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ อาจารย์ปรีดี พนมยงค์ อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ การอนุรักษ์กระดาษสา โดยการอบให้ความร้อนฆ่าเชื้อราและการบริการและการเผยแพร่ให้อยู่ในรูปแบบ นิทรรศการถาวร การให้บริการเอกสารจดหมายเหตุ สิ่งพิมพ์เผยแพร่ การจัดทำสื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น การดำเนินงานลักษณะ 4 ส ได้แก่ แสวงหา สงวนรักษา สื่อสารประชาสัมพันธ์ สร้างเสริมความรู้สู่สังคม
สำหรับวิทยากรท่านที่สอง คือ อาจารย์พิบูลศิลป์ วัฑฒนะพงศ์ ผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ได้เน้นถึง การสร้างความเข้าใจให้กับบุคลากรในหน่วยงานเกี่ยวกับงานหอจดหมายเหตุ มีโครงสร้างองค์กรบุคลากรชัดเจน มีความแตกต่างความเหมือนหอจดหมายเหตุ หอประวัติและพิพิธภัณฑ์ มีการกำหนดตารางเอกสาร การเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ บันทึกเรื่องราวบุคคลบอกเล่าเรื่องราวในอดีต มีฐานข้อมูลที่สำคัญ ส่งเสริมศึกษาดูงาน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จากรายงานประจำปี แผ่นพับ ข่าวสารและนิทรรศการ
ส่วนวิทยากรท่านสุดท้าย คือ อาจารย์เบญจา รุ่งเรืองศิลป์ บรรณารักษ์ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลง- กรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึง ห้องหนังสือหายาก การเก็บฟิล์มรูปถ่ายใช้โค้ดร่วมกันกับรูปที่อัดไว้เรียงแฟ้มให้รหัสหมายเลข การแสดงวัสดุจดหมายเหตุ สิ่งของ จัดนิทรรศการเอกสารเก่า เรื่องราวประวัติ
หมายเหตุ : สรุปจากการสัมมนาความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหอสมุดและคลังความรู้ มหาวิทยาลัย มหิดล และศูนย์บริการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (หัวข้อ : แนวคิดของการพัฒนางานจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย) วันพุธที่ 5 สิงหาคม 2552 ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารหอสมุดและคลังความรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม ผู้ร่วมสัมมนา นายณัฐสิทธิ์ พุฒิวิสารทภาคย์ นางจันทร์ฉาย วีระชาติ และนางสาวชูชีพ มามาก
































