Archive for the ‘Online Database’ Category

Online Information & Education Conference 2012

Online Information & Education Conference 2012

โดย สุพดี  บรรจงแต้ม

วันที่ 22-23 มีนาคม  2555 มีการสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ Online information & Education Conference 2012 ณ  ห้องประชุมรักตะกนิษฐ  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตกับ บริษัท บุ๊คโปรโมชั่น แอนด์ เซอร์วิส จำกัด และบริษัท บุ๊คเน็ทจำกัด โดยมี รศ.นพ. กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธานในการสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติในครั้งนี้ และมีการนำเสนอหลักการแนวคิด และประสบการณ์การจัดการความรู้กับการประยุกต์ใช้ในงานห้องสมุด โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการห้องสมุดดิจิตอลจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ สรุปความดังนี้

หัวข้อเรื่อง The Undergrad and the Digital Library: New Challenges,  New Service Models
วิทยากรโดย Mr. Peter Sidorko จาก The University of Hong Kong กล่าวถึงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาใน The University of Hong Kong ว่า ทรัพยากรสารสนเทศมีมากมาย อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เป็น open access บ้าง มีอยู่ใน social media บ้าง ผู้ใช้สามารถเข้าไปใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา มีการใช้ Mobile Web กันมากขึ้น ซึ่งมีความเร็วกว่าการใช้ web บนเครื่องคอมพิวเตอร์ มีการศึกษาเมื่อเดือนธันวาคม 2553 พบว่า มีผู้ใช้ Mobile Web ในประเทศอียิปต์ มากถึงร้อยละ 70 ในขณะที่ในประเทศไทยมีเพียงร้อยละ 32 ในแง่ของห้องสมุดต้องสร้างการเรียนรู้ผ่านสารสนเทศดิจิตอล ห้องสมุด The University of Hong Kong มีการใช้งบประมาณในการจัดหาสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น มีการซื้อ print serials ลดลงร้อยละ 42 และซื้อ eSerials ร้อยละ 281  ทั้งนี้เนื่องจากนักศึกษาอยู่ในยุคดิจิตอลซึ่งมีอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีการติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลา และมีการเรียนรู้ผ่านสารสนเทศดิจิตอล ทำให้กิจกรรมการใช้ห้องสมุดของนักศึกษาในหลายด้านลดลง ได้แก่ การใช้หนังสืออ้างอิงในการทำวิจัย การใช้บทความจากวารสาร การใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ การยืมตัวเล่มหนังสือ การใช้เวลาว่างเพื่อการอ่านหนังสือ ในขณะเดียวกันนักศึกษาส่วนใหญ่จะค้นสารสนเทศโดยใช้ Search engine  มากถึงร้อยละ 83

หัวข้อเรื่อง Ruminations on Education
วิทยากรโดย Dr. Lee Chu Keong จาก Nanyang Technological  University กล่าวถึง การศึกษาในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งผู้ปกครองยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้บุตรหลานที่เรียนในโรงเรียนของรัฐได้เรียนพิเศษ วิทยากรมีความเห็นว่าถึงแม้นักเรียนในประเทศสิงคโปร์จะได้รับคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ (TIMMS) สูงเป็นอันดับ 2 จาก 50 ประเทศทั่วโลกในปีค.ศ. 2007 แต่สาเหตุที่นักเรียนสามารถทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้เกิดจากการฝึกฝนให้ทำข้อสอบรูปแบบเดิมซํ้าแล้วซํ้าอีก จึงเกิดข้อสงสัยว่า นักเรียนในปัจจุบันได้รับการอบรมสั่งสอน (Teaching) หรือเป็นเพียงการฝึกฝน (Training) ซํ้าไปซํ้ามาเท่านั้น ความรู้ที่นักเรียนได้รับยังเน้นไปที่ความรู้เชิงวิชาการมากกว่าความรู้เชิงปฏิบัติการ  เมื่อวิเคราะห์ตัวชี้วัดสมรรถนะหลัก (KPI) ของอาจารย์ผู้สอนพบว่า ผู้สอนจะใช้ผลการเรียนของนักเรียนเป็นตัวชี้วัดหลักเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งอื่นๆ อีกมากมาย เช่น มารยาทที่ดี การแสดงความเคารพผู้อาวุโส ความรับผิดชอบ การเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม การไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด การให้ความระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และเชาว์ปัญญา เป็นต้น แต่กลับไม่มี KPI สำหรับสิ่งเหล่านี้เลย   วิทยากรได้กล่าวถึง ลักษณะจิต  5 ประการ (จากหนังสือเรื่อง Five Minds For the Future ของ  Howard Gardner) ของบุคคลที่จะประสบความสำเร็จ ได้แก่
1. จิตแห่งวิทยาการ
2. จิตแห่งการสังเคราะห์
3. จิตแห่งการสร้างสรรค์
4. จิตแห่งความเคารพ และ
5. จิตแห่งคุณธรรม
ซึ่ง Dr.Lee กล่าวเน้นถึง จิตแห่งวิทยาการ ซึ่งหมายถึงการมีความรู้อย่างลึกซึ้งในวิทยาการใดเป็นพิเศษ ซึ่งต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะความรู้ในสาขานั้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี จึงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ และโรงเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องสมุดมีเวลาในการสร้างจิตแห่งวิทยาการให้กับนักเรียนน้อยมากเนื่องจากเวลาส่วนใหญ่ของนักเรียนหมดไปกับการแสวงหาความรู้ทางวิชาการ  บรรณารักษ์เองควรสร้างให้ตนเองเกิดจิตแห่งวิทยาการ โดยพยายามคิดหาคำตอบว่า ศาสตร์ที่เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะของเราคืออะไร องค์ความรู้และกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งความเชี่ยวชาญนั้นมีอะไรบ้าง  เราได้ฝึกฝนตนเองเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ หรือยัง  เราได้ฝึกฝนทักษะนั้นอย่างสมํ่าเสมอหรือไม่ และเรายังคงเดินตามรอยเท้าของผู้อื่นอยู่หรือไม่  นอกจากนี้ Dr.Lee ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับจิตที่จำเป็นในอนาคต ซึ่ง Gardner ไม่ได้กล่าวถึง ได้แก่

1. จิตแห่งการเงิน (Financial Mind) เช่น ข้อมูลในปีค.ศ. 2009 พบว่า ครึ่งหนึ่งของบุคคลที่ล้มละลายมีสาเหตุมาจาก การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากเกินไป แสดงว่าบุคคลเหล่านี้มีปัญหาทางด้านการควบคุมการใช้จ่าย และใช้จ่ายเกินความจำเป็น วิธีการแก้ไข คือ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง

2. จิตแห่งการตีความ และมีสติรู้เท่าทัน (Read – between-the-lines Mind) เช่น อีเมลล์หลอกลวงว่าผู้รับจะได้รับเงินจำนวนมาก ซึ่งมีผู้หลงเชื่อ เนื่องจากไม่มีสติเท่าทัน และขาดทักษะในการตีความและวิเคราะห์ข้อมูล

3. จิตแห่งไหวพริบและการเอาตัวรอด (Streetsmart Mind) เช่น ศัลยแพทย์ถูกหลอกลวงให้ซื้อสารเคมีที่ช่วยล้างหมึกสีดำจากธนบัตรจริงได้ แสดงว่าถึงแม้จะมีการศึกษาสูง ก็ยังตกเป็นเหยื่อ เพราะการศึกษาเน้นที่การฝึกฝน มากกว่า การสั่งสอนให้ผู้เรียนเกิดไหวพริบและทักษะในการเอาตัวรอด

4. จิตแห่งการยอมรับความผิดพลาด (Failure-is-part-of-life Mind) เช่น นักวิชาการของบริษัทชื่อดังตัดสินใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากผิดหวังในความรัก ปัญหาเกิดจาก บุคคลนั้นไม่เคยเผชิญความผิดหวังในชีวิต วิธีการแก้ไข คือ ให้บุคคลได้มีโอกาสพบความผิดหวังโดยเฉพาะในช่วงแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่ความผิดหวังที่เกิดขึ้นยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตมากนัก

หัวข้อเรื่อง Preserving the Past : Technologies for Today
โดย Mr.Jeffrey  Trzeciak จาก  McMaster University  กล่าวถึง ความร่วมมือระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัย McMaster กับภาคเอกชน และพูดถึงภารกิจของห้องสมุดในยุคปัจจุบันที่มีด้วยกัน 3 ประการ คือ
1. การดำเนินการเพื่อให้ได้รับความสนใจจากผู้บริหาร
2. การดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริหาร และ
3. การรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรสารสนเทศและงบประมาณของห้องสมุด

ทั้งนี้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย McMaster จำเป็นต้องปรับตัวภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ความต้องการของผู้ใช้บริการ และงบประมาณที่จำกัด โดยผู้บริหารมีนโยบายให้เก็บรักษาและเผยแพร่ Collection เอกสารพิเศษของมหาวิทยาลัยในรูปแบบของสื่อดิจิตอล จึงได้ดำเนินการโดยร่วมมือกับสำนักพิมพ์ 2 แห่งคือ  Gale Cengage และ Adam Matthew Digital  ได้นำจดหมายที่เกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว เอกสารที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 มาทำเป็นรูปแบบดิจิตอล และมีการพัฒนาระบบในการเข้าถึงข้อมูล ทำการตลาด เปิดให้สาธารณะชนเข้าถึงข้อมูลได้ไม่เกิน 20%  ทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่มขึ้น

หัวข้อเรื่อง Data Science : The New Science of  Information ?
โดย Prof. Paul Gandel  จาก Syracuse University ซึ่ง Prof. Paul ได้ทำการศึกษาร่วมกับนักวิจัยและนักศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ข้อมูล  (Data Science) ซึ่งเป็นศาสตร์สารสนเทศแนวใหม่ เกิดขึ้นจากการมีข้อมูลเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ทำให้เกิดความต้องการบุคลากร เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นแล้วนำมาจัดทำเป็นสารสนเทศเพื่อให้สามารถนำสารสนเทศเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้ จากการศึกษาพบว่าลักษณะงานของบุคลากรในสาขา eScience นั้นเป็นการทำงานกับข้อมูล เช่น การจัดเก็บ การจัดการ การวิเคราะห์ และการนำเสนอข้อมูล ทำงานกับบุคคล เช่น การหาความร่วมมือ การจัดการอบรม การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารกับบุคคลอื่น การวิเคราะห์ความต้องการ และทำงานกับเทคโนโลยี/อุปกรณ์ต่างๆ เช่น การศึกษา ให้คำแนะนำ และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในการใช้เทคโนโลยี ตลอดจนการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานในสาขานี้ ประกอบด้วย
1. ความรู้ เช่น ความรู้ด้านฐานข้อมูล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการเขียนโปรแกรม
2. ทักษะ เช่น การบริหารจัดการ การสื่อสาร การเขียนโปรแกรม การใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป
3. ความสามารถ เช่น การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น และ
4. การใช้เครื่องมือ เช่น ซอฟต์แวร์ต่างๆ ระบบฐานข้อมูล เว็บไซต์

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล จะมีบทบาทในการดูแล และเก็บรักษาข้อมูล  ทำการประสานงานระหว่างกลุ่มผู้วิจัยกับกลุ่มผู้ที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีบทบาทที่สามารถปรับเปลี่ยนไปมาได้ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ กับนักเทคโนโลยีสารสนเทศ  นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลยังต้องมีความสามารถและทักษะในการสร้างกรอบแนวคิด การจัดการอย่างมีระบบ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือต่างๆ รู้จักการคิดสังเคราะห์ การคิดวิเคราะห์ และมีความรู้เฉพาะทางด้วย

หัวข้อเรื่อง Future Library
วิทยากรโดย Mr. Pote N. Lee, CEO iGroup (Asia Pacific) Limited ได้พูดถึงห้องสมุดในปัจจุบันว่านักศึกษาจะไม่ค่อยมาใช้ห้องสมุด เนื่องจากคิดว่าใช้บทเรียนออนไลน์ได้ และ Resources มีมากมาย ภายใน 3 ปี หนังสือตำราต่างๆ ที่เป็นเล่มจะถูกไปบริการในระบบ Online ดังนั้นห้องสมุด ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้นักศึกษาอยากมาใช้ห้องสมุดกันมากขึ้น แนวทางของที่วิทยากรเสนอ คือ
1. สร้าง Learning Space
2. จัดสถานที่ให้รองรับนักศึกษาที่มาใช้ห้องสมุดเป็นกลุ่มได้ นักศึกษาอาจจะมา Relax
3. Social Network เร็วมาก
4. ต้อง Open Access  มีหนังสือ วารสารมากขึ้น
5. คิดทำให้ข้อมูลที่ห้องสมุดมีอยู่มีประโยชน์ต่อสังคม

การสืบค้นสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ให้บริการ

โดย  สาวิตรี  แสงวิริยภาพ

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสืบค้นสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ให้บริการ โดย นางสาวิตรี แสงวิริยภาพ หัวหน้าแผนกบริการสารสนเทศ  ศูนย์สนเทศและหอสมุด  เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 ณ ห้อง LAB 13 ศูนย์คอมพิวเตอร์ อาคาร 8 ชั้น 2 ให้แก่ผู้ให้บริการที่ปฏิบัติงานภาคค่ำ และวันเสาร์-อาทิตย์ ในหัวข้อของงานบริการของห้องสมุด การสืบค้นหน้า Homepage LAIC  การให้บริการฐานข้อมูลออนไลน์ และแบบฝึกหัด มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 15 คน

เอกสารประกอบการฝึกอบรม คลิกที่นี่เพื่อเปิดอ่าน

การใช้ Online Database ในมุมมองของภาคเอกชน และแนวทางการบอกรับในลักษณะของ National Site License

1.  การใช้ Online Database ในมุมมองของภาคเอกชน

1.1  การร่วมกันบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ในรูปของภาคีหรือ Consortium เช่น การบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ Synergy
1.2  การช่วยเหลือกันในรูปของ Inter-Library Loan
1.3  การให้ความรู้เกี่ยวกับฐานข้อมูลออนไลน์แก่กันและกัน ในเครือข่ายความร่วมมือของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

2.  แนวทางการบอกรับในลักษณะของ National Site License

2.1  การบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ในลักษณะของ National Site License มีประโยชน์ต่อการพัฒนากำลังคนของประเทศมาก  เพราะผู้ใช้บริการฐานข้อมูลออนไลน์ในสถาบันการศึกษาต่างๆ มีโอกาสเข้าถึงฐานข้อมูลทั่วถึงและเท่าเทียมกัน  การบอกรับฐานข้อมูล อาจคัดเลือกเฉพาะฐานข้อมูลที่สำคัญและเหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่
2.2  สำหรับการบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์ในลักษณะของสัญญาอนุญาตระดับชาติ (National Site License)  นั้น ในประเทศไทยยังไม่มี  ที่มีอยู่เป็นการบอกรับฐานข้อมูลออนไลน์เฉพาะบางฐานข้อมูลและเฉพาะกลุ่มห้องสมุดยังไม่ได้เป็นระดับประเทศ
2.3  ตัวอย่างการบอกรับฐานข้อมูลในลักษณะสัญญาอนุญาตระดับชาติ  (National Site License) ของประเทศเกาหลี คือ Korea Electronic Site License Initiative หรือ KESLI

Korea Electronic Site License Initiative (KESLI)

1.  ความเป็นมาและวัตถุประสงค์
เพื่อสงวนรักษาวารสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์ในเกาหลี ให้สามารถใช้ข้อมูลจากวารสารได้ในระยะยาวนาน  ดังนั้น The National Digital Science Library จึงได้ก่อตั้ง KESLI ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ คือ
1)  ช่วยในการเข้าถึงเนื้อหาวิชาการในวารสาร โดยป้องกันไม่ให้มีขึดจำกัดในการเข้าถึงเนื้อหาของข้อมูลวิชาการเหล่านั้น โดยเฉพาะวารสารที่มีลิขสิทธิ์
2)  สงวนรักษาข้อมูลเนื้อหาในรูปดิจิทัลของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ให้อยู่ได้ระยะยาวนาน

2.  การเริ่มดำเนินงาน
2.1  The National Digital Science Library (NDSL) ได้ก่อตั้ง KESLI ขึ้นในปี ค.ศ. 1999
2.2  ตุลาคม 1999 ประชุม KESLI โดยมีบรรณารักษ์จากห้องสมุดต่างๆ และตัวแทนจาก
สำนักพิมพ์ต่างๆ
2.3  พฤศจิกายน 1999 Korea Advanced Institute of Science and Technology (KAIST) ได้มอบให้ บริษัท Swets เป็นตัวแทน เพื่อดำเนินการเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์กับสำนักพิมพ์ต่างๆ
2.4  ธันวาคม 1999  ระบบ KESLI  ประกาศลงนามสัญญากับ American Chemical Society, Blackwell Science และ Kluwer Academic และด้วยความช่วยเหลือของ Swets  มีการลงนามสัญญากับบริษัท Elsevier Science ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่มีวารสารวิชาการมากที่สุด
2.5  เปิดให้บริการ วันที่ 16 พฤษภาคม 2001

3.  การบริหารจัดการ

4.  เกณฑ์การคัดเลือกสำนักพิมพ์ กำหนดโดย NDAC (National Database Archieve Center)
4.1  ราคา
4.2  ค่าบำรุงรักษา
4.3  การใช้วารสาร
4.4  คุณภาพของวารสาร (SCI Impact factor)
4.5  จำนวนวารสาร  (ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นั้นๆ)

5.  กลุ่มความร่วมมือย่อยตามสำนักพิมพ์ (Sub-consortia by publishers)
KESLI สร้าง sub-consortia กับสำนักพิมพ์ต่างๆ และให้สมาชิกห้องสมุดต่างๆ สมัครเป็นสมาชิกของกลุ่มย่อยตามความต้องการของสถาบันนั้นๆ เช่น
KESLI – Blackwell sub-consortia
KESLI – Springer sub-consortia
KESLI – American Chemical Society sub-consortia
KESLI – Kluwer Academic sub-consortia
KESLI – Elsevier Science sub-consortia
จำนวนกลุ่มย่อยเพิ่มขึ้นมาก จาก 6 แห่ง (หรือ 6 สำนักพิมพ์) ในปี ค.ศ. 2000  เป็น 89 sub-consortia ในปี ค.ศ. 2006

6.  รูปแบบของราคา (Pricing Models)
6.1  กลุ่ม A : การกำหนดราคาของวารสารอิเล็กทรอนิกส์ตามจำนวนนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนเต็มเวลา (FTE)
6.2  กลุ่ม B : ราคาเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของห้องสมุดที่ร่วมกันจัดซื้อ
6.3  กลุ่ม C : ราคาเป็นยอดรวม (lum sum) ขึ้นอยู่กับรูปแบบของความร่วมมือ
6.4  กลุ่ม D : ราคาเดียวตลอดไม่ว่าจะเป็น A, B, หรือ C หรืออื่นๆ  เรียกว่า Flat fee

7.  รูปแบบของระบบ KESLI

8.  ระบบบริการ (Service features)
ระบบบริการที่ใช้เป็นระบบที่มีรูปแบบ one-stop comprehensive gateway solution โดยมี features ต่างๆ ดังนี้
8.1  เป็น web-based ทั้งหมด ระบบไม่ซับซ้อน ใช้ง่าย การบำรุงรักษาทำง่าย
8.2  เป็น one-stop gateway ให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลฉบับเต็ม (full text)
8.3  การดำเนินงานทุกอย่างใช้ระบบอัตโนมัติ พยายามให้ใช้ระบบ Manual น้อยที่สุด
8.4  เป็นผลงานชิ้นแรกของกลุ่มงานระบบสารสนเทศทางบรรณานุกรมของเกาหลี ที่มีการแก้ปัญหาอิเล็กทรอนิกส์เชิงพาณิชย์ (e-commerce solution)
8.5  ระบบบริการอนุญาตให้ผู้ใช้ซื้อบทความอิเล็กทรอนิกส์หรือบทความฉบับพิมพ์ทางอินเทอร์เน็ต และระบบจะรักษาการปฏิบัติงานอย่างคงที่ โดยมีอุปกรณ์กลาง (middleware) ซึ่งทำให้การปฏิบัติงานคงที่สม่ำเสมอไม่ว่าจะมีผู้เข้าใช้ระบบมากแค่ไหน

ที่มา:    “E-journals in Korea: The electronic site licence initiative,”
by K. S. Chae, J. S. Park, and
H. N. Choi, 2006, The Electronic
Library, 24
(3), pp. 322-334.  สืบค้นจาก www.
emeraldinsight.com
/0264-0473.htm

9.  ฐานข้อมูล e-Gate
ส่วนสำคัญหลักของระบบบริการ คือ e-Gate database ซึ่งรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับระบบ one-stop gateway comprehensive services ที่จะนำผู้ใช้ไปยังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ ซึ่งในฐานข้อมูล e-Gate จะมีข้อมูลดังนี้ (จากการสำรวจข้อมูล 30 มิถุนายน 2005)
9.1 รายการบรรณานุกรมของบทความ                                 28,773,340
9.2 รายการบรรณานุกรมของวารสาร                                       217,974
9.3 licence data ต่อวารสารอิเล็กทรอนิกส์แต่ละชื่อเรื่อง          14,420,882
9.4 ข้อมูล เล่มที่/ฉบับที่ ของวารสาร                                   4,821,577
9.5 ข้อมูลของสมาชิก KESLI                                         14,915,278
จาก 360 members; เช่น e-full text links:             14,177,236
ของวารสารอิเล็กทรอนิกส์                                             26,365
9.6 เนื้อหาใน e-Gate database มีดังนี้
1) วิทยาศาสตร์ประยุกต์                                                   41 %
2) สังคมศาสตร์                                                            28 %
3) ธรรมชาติวิทยา                                                          17 %
4) มนุษยศาสตร์                                                            14 %

10. ห้องสมุดที่ร่วมโครงการ (Participating Libraries)
จากปี ค.ศ. 1999 มีห้องสมุดอุดมศึกษา ห้องสมุดวิจัย ห้องสมุดแพทย์ ห้องสมุดประชาชน ฯลฯ  จำนวน 70 แห่ง เข้าร่วมโครงการ
ถึงปี ค.ศ. 2010 (มีนาคม) มีห้องสมุดร่วมในโครงการ ดังนี้
ห้องสมุดอุดมศึกษา                 174   แห่ง
ห้องสมุดวิจัย                          67   แห่ง
ห้องสมุดบริษัท                        56   แห่ง
ห้องสมุดแพทย์                        31   แห่ง
ห้องสมุดประชาชน                   27 แห่ง
รวม 355 แห่ง

11.  ผู้ใช้บริการ
จากการเก็บข้อมูลเดือนมิถุนายน 2005  ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา
11.1 ปริญญาเอก                                 13 %    (9,138  คน)
11.2 ปริญญาโท                                  28 %    (19,514  คน)
11.3 ปริญญาตรี                                  21 %    (14,449  คน)
11.4 นักวิจัย                                      17 %    (11,399  คน)
11.5 ศาสตราจารย์                               13 %    (9,092  คน)
11.6 บรรณารักษ์                                   2 %    (1,324  คน)
11.7 อื่นๆ                                           6 %    (3,897  คน)

12.  สถิติการใช้
สถิติจากเดือนมกราคม – มิถุนายน 2005  ผู้ใช้ดาวโหลดข้อมูลบทความผ่านระบบ 491,454 บทความ  และการดาวโหลดเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ประมาณ 20 % ต่อเดือน

13.  แผนในอนาคตของ KESLI
KESLI มีความสำคัญต่อชุมชนนักวิชาการของเกาหลีมาก เพราะสามารถเข้าถึงบทความวิชาการอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้ โดยผ่าน National Site License แต่อย่างไรก็ตาม consortium KESLI e-journal อาจจะไม่ได้ต่ออายุการเป็นสมาชิกก็ได้ โอกาสที่จะได้ใช้บทความดังกล่าวก็อาจจะไม่ได้ใช้ เพราะ KESLI ไม่ได้เป็นเจ้าของเนื้อหาเพียงแต่ได้รับสัญญาอนุญาตจากสำนักพิมพ์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ดังนั้นแผนที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือ
13.1  จะต้องมีที่สำรองเก็บข้อมูลกรณีเกิดอุบัติเหตุ
13.2  มีแผนสำรองระยะยาวสำหรับเก็บจดหมายเหตุในรูปแบบต่างๆ ของดิจิทัล
13.3  ให้ผู้ใช้ในประเทศเข้าถึงข้อมูลได้ทุกสถานที่และทุกเวลา (any place and anytime access)
13.4  เพิ่มคุณค่าให้แก่การบริการ (value-added service)
13.5  การเจรจาต่อรองกับสำนักพิมพ์ มีความสำคัญต่อการให้บริการบทความฉบับเต็มผ่านระบบออนไลน์จึงต้องดำเนินการต่อไป
13.6  การทำแผนงบประมาณและแผนกำลังคนสำหรับดำเนินงานเชิงรุกของ KESLI
13.7  ระบบมีความจำเป็นต้องพัฒนา Wireless digital library (WDL)  เพื่อรองรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารโดยเฉพาะ การให้บริการของห้องสมุดผ่านโทรศัพท์มือถือ  บริษัทโทรศัพท์มือถือบริษัทหนึ่งในเกาหลีจะช่วยดำเนินการพัฒนาเรื่องนี้ให้เป็นจริง  ในอนาคตโทรศัพท์มือถือจะถูกนำมาใช้สำหรับการให้บริการของห้องสมุด ใช้สำหรับบันทึกข้อมูล ID นักศึกษาเข้าห้องสมุด  การยืม-คืนหนังสือ  การสำรองหนังสือ  การยืมต่อหนังสือ  การสำรองที่นั่งในห้องสมุด โดยการใช้เทคโนโลยี 3D barcode

*************************

บรรณานุกรม

Chae, K. S., Park, J. S., & Choi, H. N.  (2006).  E-journals in Korea:
The electronic site licence
initiative.  The Electronic Library,
24
(3), 322-334.  Retrieved from http://www.
emeraldinsight.
com/0264-0473.htm

Choi, H. N.  (2002).  The electronic site licence initiative in Korea
(KESLI) (Takagi, K., Trans.).
Journal of Information Processing
and Management, 44
(11), 779-789.  Retrieved from
http://
sciencelinks.jp/j-east/article/200204/000020020402
A0147847.php

Choi, H. N., & Park, E. G.  (2007).  Preserving perpetual access to
electronic journals: A Korean
consortial approach. Available
online 12 April 2007.

International coalition of library consortia Korean electronic site
license initiative KESLI.
(2010).  Retrieved from http://
www.kesli.or.kr

Park, E. G., & Choi, H. N.  (2006).  At the sharp end Korean electronic
site license initiative: Archiving of electronic journals.
Online Information Review, 30(6), 731-736.  Retrieved
from

http://www.emeraldinsight.com/1468-4527.htm

รังสิมา  เพชรเม็ดใหญ่.  (2554).  ภาคีห้องสมุดเพื่อการบริหารจัดการ National site license.
สืบค้น
จาก http://www.stks.or.th/th/bibliometrics/11-bibliometrics/
331–national-site-
license.html

สืบค้นข้อมูล
คลังเก็บ
หมวดหมู่
หัวข้อที่มีการอ่านมากสุด
2 CUL 3G Balanced Scorecard Boston Library Consortium California Digital Library Georgia Pines Hong Kong Central Library Hong Kong University of Science and Technology Library ISSN Lib 2.0 Lynn Scott Cochrane Nong Ping OhioLINK Pao Yue Kong Library The Hong Kong Polytechnic University Library University of Hong Kong Library WALAI AutoLib Web 2.0 กรุงเทพมหานคร การบริหารจัดการห้องสมุด การฝึกอบรม การพัฒนาสารสนเทศศาสตร์ การวัดผลงานเชิงดุลยภาพ การวิจัยสารสนเทศศาสตร์ การศึกษาสารสนเทศศาสตร์ การสื่อสาร การส่งเสริมการอ่าน จดหมายเหตุ จดหมายเหตุมหาวิทยาลัย จินดามณี นวัตกรรมห้องสมุด บุคลิกภาพ ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์ส ศึกษาดูงานห้องสมุดฮ่องกง ศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สารเมลามีน หมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง หอจดหมายเหตุ ห้องสมุดกับการวิจัย ห้องสมุดกับการศึกษา ห้องสมุดในฮ่องกง เครือข่ายความร่วมมือของห้องสมุด เทคโนโลยีการสื่อสาร เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร
จดหมายข่าว
บล็อกอื่นๆ
ผู้ดูแลระบบ