Archive for the ‘ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ’ Category

การเยี่ยมชมภายในศูนย์วิจัยในส่วนจัดแสดง รับชมการสาธิตผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ 3 เอ็ม

การเยี่ยมชมภายในศูนย์วิจัย
ในส่วนจัดแสดง
รับชมการสาธิตผลิตภัณฑ์
และเทคโนโลยีของ 3 เอ็ม

                                             นางสาวชูชีพ  มามาก
12   กรกฎาคม   2555

 

แนะนำความเป็นมาของศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม 
โดย ดร. ประกอบ กิติพิชัย

          บริษัท 3 เอ็ม ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2510 ภายในศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประกอบไปด้วย ส่วนจัดแสดงสินค้า ห้องปฏิบัติการใช้งานจริง ห้องประชุมสัมมนา ในพื้นที่กว่า 3,580 ตารางเมตร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า ตอบสนองต่อความก้าวหน้าทางธุรกิจร่วมกัน ซึ่งจะนำพาความสุขต่อเนื่องไม่รู้จบ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และการใช้ชีวิตจากสังคมไทย โยงใยไปทั่วโลก

         บริษัท 3  เอ็มมีชื่อเสียงเป็นที่ไว้วางใจในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในธุรกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์และเวชภัณฑ์ อาหาร ตลอดจนธุรกิจค้าปลีก 3 เอ็ม ประเทศไทย มีศักยภาพในด้านการผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากหลายหลายเทคโนโลยี อาทิผลิตภัณฑ์วัสดุงานขัด  ผลิตภัณฑ์ฟิลเทรชั่น  ผลิตภัณฑ์โพสต์-อิท ® ผลิตภัณฑ์เทปกาวตราสก๊อตช์ ® ผลิตภัณฑ์กราฟิกสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อาทิ เทปปิดแผลผ่าตัด อุปกรณ์และวัสดุตกแต่งแผล พลาสเตอร์ยาทั่วไป รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการในทุก ๆ ด้านของผู้บริโภคชาวไทย            

                                                                                                    

         Built to exceed exceed   โดย  บรรณารักษ์ ชาวสิงค์โปร์  แนะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ  เช่น   3 M  Intelligent return and sorter system – FX  คืนหนังสือ ซึ่งสามารถแยกหนังสือได้เป็นหมวด ๆ  , สามารถให้ผู้ใช้ออกแบบบัตรห้องสมุดได้เอง , 3 M book sanitizer  เครื่องใช้สำหรับทำความสะอาดหนังสือ เพื่อฆ่าเชื้อโรคต่างๆ   เช่น เชื้อรา   และดีต่อสุขภาพผู้อ่าน ปลอดภัย

         Generation Y ร้ายจริงหรือ ?  บรรยายโดย เภสัชกร ดร. ลือรัตน์ อนุรัตน์พานิช                                               

         Generation B (Baby Boomer Generation) คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489 – 2507  อายุ  44 – 62 ปี จะเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา  อดทน ให้ความสำคัญกับผลงานแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ   อีกทั้งยังมีแนวคิดที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว  มีความทุ่มเทกับการทำงานและองค์กรมาก คนกลุ่มนี้จะไม่เปลี่ยนงานบ่อยเนื่องจาก   มีความจงรักภักดีกับองค์กรอย่างมาก ปัจจุบันนักการตลาดในหลายๆ ประเทศเน้นทำการตลาดกับกลุ่มนี้เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อ มีศักยภาพในการบริโภคสินค้า  มีทัศนคติที่ดีต่อการซื้อจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อตัวเองและบุคคลใกล้ชิด                             

         Generation X (Extraordinary Generation)  คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2508 – 2522  อายุ 29 – 43 ปี มีลักษณะพฤติกรรมชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work – life balance)  มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพังไม่พึ่งพาใคร มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติงเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง  ในด้านพฤติกรรมการบริโภคจะเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กล้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทำงานในลักษณะใช้ความคิด สมาชิกหลักในครอบครัวทำงานทั้งสองคนใช้ชีวิตแบบทันสมัย                                                                                                                                 

         Generation Y (Why Generation) คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523 –2533 อายุ 38 – 28 ปี เป็นกลุ่มคนที่โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เป็นวัยที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน มีลักษณะนิสัยชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบอยู่ในกรอบและไม่ชอบเงื่อนไข คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนในการทำงานว่าสิ่งที่ทำมีผลต่อตนเองและต่อหน่วยงานอย่างไร  อีกทั้งยังมีความสามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร และยังสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน  Gen-Y เป็นผู้บริโภคที่ใจร้อน ต้องการเห็นผลสำเร็จทุกอย่างอย่างรวดเร็วเนื่องจากเชื่อในศักยภาพของตนเอง กลุ่มคน Gen-Y เชื่อว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นต้องทำงานหนัก ทำให้มีการแต่งงานช้าลง ไม่ถึง 30 ไม่แต่ง ถ้ามีแฟนแล้วแฟนมีอุปสรรคกับงาน ก็จะเลิกกับแฟนเลือกงาน คนกลุ่มนี้มักเปลี่ยนงานบ่อย มีเครดิตการ์ดมากกว่า 1ใบ ใช้บริการประเภทและมักใช้บริการ Personal Credit มากขึ้น

         สรุป

         Generation B-เป็นคนที่วางรากฐาน สร้างกรอบแนวคิด ขององค์กร                                                               

         Generation X-เบื่อกรอบที่รุ่นพี่สร้างไว้ อยากเปลี่ยนแปลง                                                                                      

         Generation Y-อยากออกนอกกรอบ แต่มัวแต่ยุ่งกับสังคมออนไลน์ จนหมดแรงออกจากกรอบ

(คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

หมายเหตุ : การเยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายทางวิชาการเพิ่มเติม เรื่องของเทคโนโลยีระบบการจัดการสื่อในห้องสมุด วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 ณ ศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด  มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  นางไพจิตร  เกิดอยู่  นางทิพยถนอม  นนทนาคร  นางสาวชูชีพ  มามาก  นางสาวขนิษฐา  ภมรพิพิธ  นางสาวทรงพร  พิรุณ  นายวรวิช  พุฒิวิสารทภาคย์  นางสาวพงษ์เนต  สถิตพงษ์  นางสาวจุฑามาศ   เชาวลิต  นางสาวสุพดี  บรรจงแต้ม  นางสาวสมสนิท  จันทะบุตร  นายสัญญา  ประกอบผล   นางจันทร์ฉาย  วีระชาติ  นางสาวโศภิดา  เดชเส้ง  นายภาณุมาตร์  สุทธิสังข์  นายศักดิ์สิทธิ์  คณะชาติ  นางสุภาพร วิมุกตานนท์  และนายอภิพล เมืองเกษม

Online Information & Education Conference 2012

Online Information & Education Conference 2012

โดย สุพดี  บรรจงแต้ม

วันที่ 22-23 มีนาคม  2555 มีการสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ Online information & Education Conference 2012 ณ  ห้องประชุมรักตะกนิษฐ  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตกับ บริษัท บุ๊คโปรโมชั่น แอนด์ เซอร์วิส จำกัด และบริษัท บุ๊คเน็ทจำกัด โดยมี รศ.นพ. กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธานในการสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติในครั้งนี้ และมีการนำเสนอหลักการแนวคิด และประสบการณ์การจัดการความรู้กับการประยุกต์ใช้ในงานห้องสมุด โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการห้องสมุดดิจิตอลจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ สรุปความดังนี้

หัวข้อเรื่อง The Undergrad and the Digital Library: New Challenges,  New Service Models
วิทยากรโดย Mr. Peter Sidorko จาก The University of Hong Kong กล่าวถึงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาใน The University of Hong Kong ว่า ทรัพยากรสารสนเทศมีมากมาย อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เป็น open access บ้าง มีอยู่ใน social media บ้าง ผู้ใช้สามารถเข้าไปใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา มีการใช้ Mobile Web กันมากขึ้น ซึ่งมีความเร็วกว่าการใช้ web บนเครื่องคอมพิวเตอร์ มีการศึกษาเมื่อเดือนธันวาคม 2553 พบว่า มีผู้ใช้ Mobile Web ในประเทศอียิปต์ มากถึงร้อยละ 70 ในขณะที่ในประเทศไทยมีเพียงร้อยละ 32 ในแง่ของห้องสมุดต้องสร้างการเรียนรู้ผ่านสารสนเทศดิจิตอล ห้องสมุด The University of Hong Kong มีการใช้งบประมาณในการจัดหาสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น มีการซื้อ print serials ลดลงร้อยละ 42 และซื้อ eSerials ร้อยละ 281  ทั้งนี้เนื่องจากนักศึกษาอยู่ในยุคดิจิตอลซึ่งมีอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีการติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลา และมีการเรียนรู้ผ่านสารสนเทศดิจิตอล ทำให้กิจกรรมการใช้ห้องสมุดของนักศึกษาในหลายด้านลดลง ได้แก่ การใช้หนังสืออ้างอิงในการทำวิจัย การใช้บทความจากวารสาร การใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ การยืมตัวเล่มหนังสือ การใช้เวลาว่างเพื่อการอ่านหนังสือ ในขณะเดียวกันนักศึกษาส่วนใหญ่จะค้นสารสนเทศโดยใช้ Search engine  มากถึงร้อยละ 83

หัวข้อเรื่อง Ruminations on Education
วิทยากรโดย Dr. Lee Chu Keong จาก Nanyang Technological  University กล่าวถึง การศึกษาในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งผู้ปกครองยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้บุตรหลานที่เรียนในโรงเรียนของรัฐได้เรียนพิเศษ วิทยากรมีความเห็นว่าถึงแม้นักเรียนในประเทศสิงคโปร์จะได้รับคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ (TIMMS) สูงเป็นอันดับ 2 จาก 50 ประเทศทั่วโลกในปีค.ศ. 2007 แต่สาเหตุที่นักเรียนสามารถทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้เกิดจากการฝึกฝนให้ทำข้อสอบรูปแบบเดิมซํ้าแล้วซํ้าอีก จึงเกิดข้อสงสัยว่า นักเรียนในปัจจุบันได้รับการอบรมสั่งสอน (Teaching) หรือเป็นเพียงการฝึกฝน (Training) ซํ้าไปซํ้ามาเท่านั้น ความรู้ที่นักเรียนได้รับยังเน้นไปที่ความรู้เชิงวิชาการมากกว่าความรู้เชิงปฏิบัติการ  เมื่อวิเคราะห์ตัวชี้วัดสมรรถนะหลัก (KPI) ของอาจารย์ผู้สอนพบว่า ผู้สอนจะใช้ผลการเรียนของนักเรียนเป็นตัวชี้วัดหลักเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งอื่นๆ อีกมากมาย เช่น มารยาทที่ดี การแสดงความเคารพผู้อาวุโส ความรับผิดชอบ การเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม การไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด การให้ความระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และเชาว์ปัญญา เป็นต้น แต่กลับไม่มี KPI สำหรับสิ่งเหล่านี้เลย   วิทยากรได้กล่าวถึง ลักษณะจิต  5 ประการ (จากหนังสือเรื่อง Five Minds For the Future ของ  Howard Gardner) ของบุคคลที่จะประสบความสำเร็จ ได้แก่
1. จิตแห่งวิทยาการ
2. จิตแห่งการสังเคราะห์
3. จิตแห่งการสร้างสรรค์
4. จิตแห่งความเคารพ และ
5. จิตแห่งคุณธรรม
ซึ่ง Dr.Lee กล่าวเน้นถึง จิตแห่งวิทยาการ ซึ่งหมายถึงการมีความรู้อย่างลึกซึ้งในวิทยาการใดเป็นพิเศษ ซึ่งต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะความรู้ในสาขานั้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี จึงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ และโรงเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องสมุดมีเวลาในการสร้างจิตแห่งวิทยาการให้กับนักเรียนน้อยมากเนื่องจากเวลาส่วนใหญ่ของนักเรียนหมดไปกับการแสวงหาความรู้ทางวิชาการ  บรรณารักษ์เองควรสร้างให้ตนเองเกิดจิตแห่งวิทยาการ โดยพยายามคิดหาคำตอบว่า ศาสตร์ที่เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะของเราคืออะไร องค์ความรู้และกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งความเชี่ยวชาญนั้นมีอะไรบ้าง  เราได้ฝึกฝนตนเองเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ หรือยัง  เราได้ฝึกฝนทักษะนั้นอย่างสมํ่าเสมอหรือไม่ และเรายังคงเดินตามรอยเท้าของผู้อื่นอยู่หรือไม่  นอกจากนี้ Dr.Lee ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับจิตที่จำเป็นในอนาคต ซึ่ง Gardner ไม่ได้กล่าวถึง ได้แก่

1. จิตแห่งการเงิน (Financial Mind) เช่น ข้อมูลในปีค.ศ. 2009 พบว่า ครึ่งหนึ่งของบุคคลที่ล้มละลายมีสาเหตุมาจาก การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากเกินไป แสดงว่าบุคคลเหล่านี้มีปัญหาทางด้านการควบคุมการใช้จ่าย และใช้จ่ายเกินความจำเป็น วิธีการแก้ไข คือ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง

2. จิตแห่งการตีความ และมีสติรู้เท่าทัน (Read – between-the-lines Mind) เช่น อีเมลล์หลอกลวงว่าผู้รับจะได้รับเงินจำนวนมาก ซึ่งมีผู้หลงเชื่อ เนื่องจากไม่มีสติเท่าทัน และขาดทักษะในการตีความและวิเคราะห์ข้อมูล

3. จิตแห่งไหวพริบและการเอาตัวรอด (Streetsmart Mind) เช่น ศัลยแพทย์ถูกหลอกลวงให้ซื้อสารเคมีที่ช่วยล้างหมึกสีดำจากธนบัตรจริงได้ แสดงว่าถึงแม้จะมีการศึกษาสูง ก็ยังตกเป็นเหยื่อ เพราะการศึกษาเน้นที่การฝึกฝน มากกว่า การสั่งสอนให้ผู้เรียนเกิดไหวพริบและทักษะในการเอาตัวรอด

4. จิตแห่งการยอมรับความผิดพลาด (Failure-is-part-of-life Mind) เช่น นักวิชาการของบริษัทชื่อดังตัดสินใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากผิดหวังในความรัก ปัญหาเกิดจาก บุคคลนั้นไม่เคยเผชิญความผิดหวังในชีวิต วิธีการแก้ไข คือ ให้บุคคลได้มีโอกาสพบความผิดหวังโดยเฉพาะในช่วงแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่ความผิดหวังที่เกิดขึ้นยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตมากนัก

หัวข้อเรื่อง Preserving the Past : Technologies for Today
โดย Mr.Jeffrey  Trzeciak จาก  McMaster University  กล่าวถึง ความร่วมมือระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัย McMaster กับภาคเอกชน และพูดถึงภารกิจของห้องสมุดในยุคปัจจุบันที่มีด้วยกัน 3 ประการ คือ
1. การดำเนินการเพื่อให้ได้รับความสนใจจากผู้บริหาร
2. การดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริหาร และ
3. การรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรสารสนเทศและงบประมาณของห้องสมุด

ทั้งนี้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย McMaster จำเป็นต้องปรับตัวภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ความต้องการของผู้ใช้บริการ และงบประมาณที่จำกัด โดยผู้บริหารมีนโยบายให้เก็บรักษาและเผยแพร่ Collection เอกสารพิเศษของมหาวิทยาลัยในรูปแบบของสื่อดิจิตอล จึงได้ดำเนินการโดยร่วมมือกับสำนักพิมพ์ 2 แห่งคือ  Gale Cengage และ Adam Matthew Digital  ได้นำจดหมายที่เกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว เอกสารที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 มาทำเป็นรูปแบบดิจิตอล และมีการพัฒนาระบบในการเข้าถึงข้อมูล ทำการตลาด เปิดให้สาธารณะชนเข้าถึงข้อมูลได้ไม่เกิน 20%  ทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่มขึ้น

หัวข้อเรื่อง Data Science : The New Science of  Information ?
โดย Prof. Paul Gandel  จาก Syracuse University ซึ่ง Prof. Paul ได้ทำการศึกษาร่วมกับนักวิจัยและนักศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ข้อมูล  (Data Science) ซึ่งเป็นศาสตร์สารสนเทศแนวใหม่ เกิดขึ้นจากการมีข้อมูลเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ทำให้เกิดความต้องการบุคลากร เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นแล้วนำมาจัดทำเป็นสารสนเทศเพื่อให้สามารถนำสารสนเทศเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้ จากการศึกษาพบว่าลักษณะงานของบุคลากรในสาขา eScience นั้นเป็นการทำงานกับข้อมูล เช่น การจัดเก็บ การจัดการ การวิเคราะห์ และการนำเสนอข้อมูล ทำงานกับบุคคล เช่น การหาความร่วมมือ การจัดการอบรม การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารกับบุคคลอื่น การวิเคราะห์ความต้องการ และทำงานกับเทคโนโลยี/อุปกรณ์ต่างๆ เช่น การศึกษา ให้คำแนะนำ และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในการใช้เทคโนโลยี ตลอดจนการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานในสาขานี้ ประกอบด้วย
1. ความรู้ เช่น ความรู้ด้านฐานข้อมูล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการเขียนโปรแกรม
2. ทักษะ เช่น การบริหารจัดการ การสื่อสาร การเขียนโปรแกรม การใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป
3. ความสามารถ เช่น การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น และ
4. การใช้เครื่องมือ เช่น ซอฟต์แวร์ต่างๆ ระบบฐานข้อมูล เว็บไซต์

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล จะมีบทบาทในการดูแล และเก็บรักษาข้อมูล  ทำการประสานงานระหว่างกลุ่มผู้วิจัยกับกลุ่มผู้ที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีบทบาทที่สามารถปรับเปลี่ยนไปมาได้ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ กับนักเทคโนโลยีสารสนเทศ  นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลยังต้องมีความสามารถและทักษะในการสร้างกรอบแนวคิด การจัดการอย่างมีระบบ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือต่างๆ รู้จักการคิดสังเคราะห์ การคิดวิเคราะห์ และมีความรู้เฉพาะทางด้วย

หัวข้อเรื่อง Future Library
วิทยากรโดย Mr. Pote N. Lee, CEO iGroup (Asia Pacific) Limited ได้พูดถึงห้องสมุดในปัจจุบันว่านักศึกษาจะไม่ค่อยมาใช้ห้องสมุด เนื่องจากคิดว่าใช้บทเรียนออนไลน์ได้ และ Resources มีมากมาย ภายใน 3 ปี หนังสือตำราต่างๆ ที่เป็นเล่มจะถูกไปบริการในระบบ Online ดังนั้นห้องสมุด ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้นักศึกษาอยากมาใช้ห้องสมุดกันมากขึ้น แนวทางของที่วิทยากรเสนอ คือ
1. สร้าง Learning Space
2. จัดสถานที่ให้รองรับนักศึกษาที่มาใช้ห้องสมุดเป็นกลุ่มได้ นักศึกษาอาจจะมา Relax
3. Social Network เร็วมาก
4. ต้อง Open Access  มีหนังสือ วารสารมากขึ้น
5. คิดทำให้ข้อมูลที่ห้องสมุดมีอยู่มีประโยชน์ต่อสังคม

รายงานสรุปโครงการประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง “Online Information and Education Conference 2010”

รายงานสรุปโครงการประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติ
เรื่อง
“Online Information and Education Conference 2010”
วันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2553
ณ ห้องประชุมรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต

********************************

โดย นางสาวิตรี  แสงวิริยภาพ

รายงานสรุปโครงการประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติ  เรื่อง Online Information & Education Conference 2010 วันที่ 11-12 พฤศจิกายน 2553 ณ ห้องประชุมรักตะกนิษฐ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต  สรุปได้ว่า การปรับปรุง ขบวนการทางวิชาการหรือการทำให้มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีและได้มาตรฐานนั้น จะต้องประกอบไปด้วย การสอนที่เป็นเลิศมีความสามารถในการวิจัย, มีการดำเนินการที่ดีและเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ  ความสามารถในการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และการมีส่วนร่วมในสังคมและห้องสมุดจะเข้ามามีบทบาทในด้านการสนับสนุนการทำวิจัย  อำนวยความสะดวกในการทำวิจัย เพราะจะต้องทำให้ผลงานวิจัยที่ออกมานั้นเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

พิธีเปิดการประชุมสัมมนาโดย ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษามาเป็น ประธานในพิธีเปิด และได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “Improving the academic process : Impact of research and the role of libraries” สรุปได้ว่า การปรับปรุง ขบวนการทางวิชาการหรือการทำให้มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีและได้มาตรฐานนั้น จะต้องประกอบไปด้วย การสอนที่เป็นเลิศ, มีความสามรถในการวิจัย, มีการดำเนินการที่ดีและเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ  ความสามารถในการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และการมีส่วนร่วมในสังคมและห้องสมุดจะเข้ามามีบทบาทในด้านการสนับสนุนการทำวิจัย  อำนวยความสะดวกในการทำวิจัย เพราะจะต้องทำให้ผลงานวิจัยที่ออกมานั้นเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง

วิทยากร รองศาสตราจารย์ ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ได้บรรยายเกี่ยวกับ   “Library Pool” โดยพูดถึงโพล กับห้องสมุดสมัยใหม่ว่า โพลมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการ ในด้านการวางแผนหรือการกำหนดนโยบาย  ด้านการตัดสินใจ และด้านการดำเนินงาน เพราะโพลเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งที่ห้องสมุดจำเป็นต้องใช้ในยุคข่าวสาร เพราะผู้ใช้บริการห้องสมุดมีพฤติกรรมการใช้ที่เปลี่ยนไปจากเดิม  ข่าวสารที่ได้ต้องนำไปตอบโจทย์หรือปัญหาของห้องสมุดได้ทันที การทำโพลที่ดีต้องทำให้ห้องสมุดเป็นมากกว่าห้องสมุดที่เป็นที่เก็บหนังสือ เพราะโพลที่ได้จะต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน  ถึงเวลาแล้วที่ห้องสมุดยุคใหม่จะต้องทำโพล เพื่อพัฒนางานห้องสมุด ให้โดนใจผู้ใช้บริการ  ห้องสมุดในฐานะที่เป็นองค์กรระบบเปิดที่มีชีวิต จึงต้องขานรับการเปลี่ยนแปลงและบทบาทของตนเองใหม่เพราะห้องสมุดเป็นหนึ่งในบรรดาองค์กรหลาย ๆ แห่งที่ได้รับผลกระทบสูงสุดทั้งจากสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก

Turnitin and iThenticate : How Undergraduate Education Saved Research วิทยากรโดย John Barrie  สรุปความได้ว่า ในสมัยก่อนการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี มีวิธีการสอน การทำรายงานและการวิจัย   มีการเขียนรายงานหรือค้นคว้ามาได้แล้วนำมารวบรวมเขียนโดยการคัดลอกมาจากต้นฉบับมาเป็นย่อหน้าทั้งย่อหน้าและไม่บอกแหล่งที่มานำเป็นชิ้นงานของตนจึงทำให้เกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์  จึงได้คิด โปรแกรมมาตรวจสอบการดักจับข้อความ หรือป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำซ้อนของการส่งบทความ  รายงาน หรือวิจัย แม้กระทั่งบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ในวารสารหลายๆฉบับ โดยการนำมาดัดแปลงนิดหน่อย แต่ยังมาเนื้อหาหรือการเขียนประโยคของเดิมอยู่ก็จะตรวจสอบได้

Re-evaluating the libraries’ role in the academy วิทยากรโดย Peter  E  Sidorko   สรุปได้ว่า การประเมินห้องสมุด ทางด้านวิชาการ ห้องสมุดจะต้อง ปรับสภาพแวดล้อม  บรรยากาศห้องสมุดให้เป็นที่สะดุดตา  มีบรรยากาศ น่าใช้  จัดเตรียมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ทันสมัย โดยจะต้องคำนึงถึงผู้ใช้บริการ ทั้ง 3 กลุ่ม  มี 1. กลุ่มนักศึกษา ซึ่งปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่เป็นเด็กยุคดิจิตัล  การสอนเด็กยุคติจิตัลของครูห้องสมุดจะต้องจัดเตรียมอย่างไร ทั้งบรรยากาศทั้งพื้นที่ของห้องสมุดต้องปรับให้ใช้สอยได้สะดวกสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสู่เด็กรุ่นใหม่   2. กลุ่มคณาจารย์ ทางมหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์ทำวิจัย ซึ่งในการทำวิจัยก็ต้องสอบถามข้อมูลจากทางห้องสมุด ห้องสมุดจะต้องเตรียมอะไรไว้ให้นักวิจัยบ้าง เช่นจัดเตรียมทุกอย่างให้ใช้ได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก หรือมีวารสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่สะดวกในการสืบค้น  จัดเตรียม ฐานข้อมูลต่างๆ ไว้เพียงพอหรือหาเครือข่ายมาช่วย  และ 3. กลุ่มผู้บริหาร ส่วนกลุ่มผู้บริหารนั้นต้องการมากกว่าสารสนเทศที่มีอยู่ เขาต้องการให้มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงเราเป็นห้องสมุดเราจะทำอย่างไร มองอนาคตว่าในอีก 20 ปีข้างหน้าห้องสมุดจะเป็นอย่างไร

The Storytelling วิทยากรโดย Lee Chu Keong  ได้เล่าเรื่อง 5 เรื่อง เรื่องที่ 1 องค์กรเหลือเชื่อ (Organizational myths) เล่าถึงผู้บริหารบริษัท IBM ว่าพนักงานทำงานไม่สำเร็จ ไปหาหัวหน้าเพื่อว่าหัวหน้าจะให้ออก ปรากฏกว่าหัวหน้าให้แก้ตัวใหม่ให้ตั้งใจทำงานเพราะผู้บริหารคำนึงถึงประสิทธิภาพ ชื่อเสียงและเอกลักษณ์ ของบริษัท    เรื่องที่ 2. เรื่องฮีโร่ (Hero stories) เล่าถึงนิทานเรื่อง shahrazad’s Story ที่ William Wilberforce จะต้องต่อสู้ด้วยความอดทน เสียสละ ถึงจะชนะ  เรื่องที่ 3. เรื่องของความล้มเหลว (Failure stories)     เรื่องที่ 4. เรื่องของสงคราม(War stories) ยกตัวอย่างสงครามอ่าวเพิร์ล ฮาร์เบอร์ ญี่ปุ่นทำสงครามชนะเพราะได้รับข่าวสารจากพ่อครัว    และเรื่องที่ 5 พูดถึงเรื่องของอนาคต(Stories of the future) พูดถึงการได้เป็นวิทยากรพูดเรื่องซ้ำๆกันบ่อย ๆ ก็รู้สึกเบื่อ จนในที่สุดถูกรับเชิญให้ไปพูดเรื่องเดิมอีกจึงออกอุบายให้คนขับรถประจำตัวที่รู้ใจของตนขึ้นไปพูดแทน ปรากกว่าพูดได้เหมือนตนเองทุกอย่าง และพอมีคำถามก็บอกว่า เรื่องนี้ง่ายมากผมไม่อยากตอบเองเดี่ยวให้คนขับรถผมตอบดีกว่า…

Information Lust  วิทยากรโดย  Paul Gendel  สรุปได้ว่า  ความต้องการข้อมูลของผู้ใช้ในอนาคตซึ่งมีข้อมูลที่หลากหลาย บรรณารักษ์บริการจะต้องพิจารณากรองข้อมูลให้ผู้ใช้โดยพิจารณาว่าจะบริการอย่างไรที่จะทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจและปลอดภัยในการให้ข้อมูล  นอกจากต้องเตรียมข้อมูลให้ผู้ใช้รับทราบข่าวสารที่รวดเร็วแล้วบรรณารักษ์ยังต้องวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ดีด้วย

The  Use of Web 2.0 in Education วิทยากรโดย Dr. Lee Chu Keong  สรุปได้ว่าโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ ๆ อนาคตจะหรือเครื่องเล็กนิดเดียว  เราจะทำอย่างไรให้ชีวิตประจำวันของเราตามโลกทัน

Online Portals in Higher Education : The Pakistan’s Experience โดย Mr. Anwar Amjad กล่าวว่า การจัดการศึกษาในยุคออนไลน์ งานวิจัยจะต้องเป็นเลิศ  เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ มีการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว และมีการพัฒนาหน่วยงานอยู่ตลอดเวลา จะต้องพัฒนาบุคลากรและขับเคลื่อนโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การบริการแบบ e-service , Online Admissionและ Online Information Portals.

The Academic Ranking วิทยากรโดย John M. Barrie  การจัดลำดับการศึกษาในอนาคต จะมีการตรวจสอบบทความผลงานทางวิชาการ ให้มีมาตรฐานมีการยอมรับจากวงการโดยเฉพาะการเขียนผลงานเผยแพร่จะต้องตีพิมพ์ในวารสารที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก และมีการนำผลงานวิจัยไปใช้จริง  ถ้าเป็นบทความก็ต้องมีการนำไปอ้างอิงต่อ  จึงต้องมีการทำฐานข้อมูลสำหรับตรวจสอบผลงานว่ามีการไปคัดลอกคนอื่นมาหรือเปล่า  และชี้บอกที่มาของแหล่งอ้างอิงอย่างชัดเจน

The Future Trend of Library 2011  และ The  Use of Web 2.0 in Education วิทยากรโดย Dr. Lee Chu Keong  ได้พูดถึงแนวทางการพัฒนาห้องสมุดในอนาคตว่าจะมีการเชื่อโยงข้อมูลในลักษณะ Social Network   เข้าค้นข้อมูลครั้งเดียวได้ข้อมูลทุกที่ทั่วโลก

หมายเหตุ  : จากการประชุมสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ เรื่อง “Online Information and Education  Conference 2010” จัดโดย สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต บริษัท บุ๊คโปรโมชั่น แอนด์ เซอร์วิส จำกัด และบรัท บุ๊คเน็ท จำกัด ในวันที่ 11 -12 พฤศจิกายน 2553 ณ ห้องประชุมรักตะกนิษฐ  มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์ นางไพจิตร  เกิดอยู่ นางสาวิตรี  แสงวิริยภาพ นางสาวขนิษฐา  ภมรพิพิธ  นางสุภาพร  วิมุกตานนท์ และนางสาวสุภี  วิหคไพบูลย์

ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib

         ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib  ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อใช้งานในสถาบันอุดมศึกษาที่ประสงค์จะใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่พัฒนาในประเทศไทย และมีฐานการพัฒนาบนห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทยโดยเฉพาะ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib พัฒนาโดยสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  มี 7 Module ดังนี้

          1.  Acquisition Module
               • แนะนำ/เสนอซื้อ ทรัพยากรสารสนเทศผ่านเว็บไซต์
               • ตรวจสอบรายการซ้ำ หรือรายการที่ห้องสมุดมีแล้ว
               • ระบบสามารถรองรับการลงทะเบียนเป็นสมาชิกของสำนักพิมพ์หรือตัวแทนจำหน่าย  ผ่าน web โดยใช้เลขทะเบียนการค้าเท่านั้น เพื่อติดต่อการในการจัดหา
               • สามารถเปรียบเทียบจากการเสนอของสำนักพิมพ์แต่ละชื่อเรื่องได้
               • การขออนุมัติ มี 2 ระบบ
                  -   ผู้บริหารสามารถอนุมัติผ่าน web ได้
                  -   ผู้บริหารอนุมัติจากบันทึกการขออนุมัติได้
               • การตรวจรับจะมีผู้ตรวจรับ รายการตรวจรับในระบบและตรวจสอบได้ และสามารถ ตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด
               • ในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาได้ หรือหยุดพิมพ์ หรือดำเนินการจัดซื้ออีครั้ง ระบบจะแจ้ง ให้ผู้เสนอแนะทราบ สถานะของการดำเนินการ
               • กระบวนการจัดซื้อจัดหา ระบบจะรวบรวมรายการ และบอกรายการที่เสนอซ้ำ หรือ  ผ่านวิธีการจัดซื้อในขั้นตอนใด

          2.  Cataloging Module
                • ระบบสามารถ จัดทำบาร์โค้ดได้
                • ระบบจัดทำ label หรือการพิมพ์สัน ของหนังสือแต่ละเล่มได้จากรายการที่ได้ catalog  แล้วในระบบ และ print ออกมาดำเนินการกับตัวเล่มได้เลย

           3.  Serial Control Module
          จุดเด่นของโมดูลนี้ คือ  การลงทะเบียนวารสาร 1 ชื่อเรื่อง 1 ครั้ง ระบบจะคำนวณวาระการออกและการติดตามวารสารให้เป็นรายปีให้อย่างต่อเนื่อง ถ้ารายการใดได้รับแล้ว ก็ check in ถ้ารายการใดยังไม่ได้รับ ก็สามารถดำเนินการแก้ไข และแจ้งเหตุผลได้

          4.  Authority Control Module (ระบบควบคุมรายการ)
          เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ  สำหรับใช้ในการจัดการ หัวเรื่อง ชื่อผู้แต่ง และชื่อนิติบุคคล ให้เป็นรูปแบบของระเบียน ควบคุมรายการตามมาตรฐาน  MARC21 เพื่อเป็นตัวกำหนดและควบคุมการลงรายการบรรณานุกรม และเป็นดรรชนีในการสืบค้นให้กับ OPAC

           5.  Policy Management Module
           เป็นระบบย่อยที่ใช้เพื่อกำหนดรูปแบบและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ทั้งนี้เนื่องจากห้องสมุดแต่ละแห่งมีนโยบายในการให้บริการที่ต่างกัน จึงอำนวยความสะดวกในการทำงาน โดยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดนโยบายการให้บริการได้เอง เช่น  เวลาทำการ ซึ่งในสถาบันการศึกษา มีวันและเวลา   การเปิดบริการของห้องสมุดแตกต่างกันระหว่าง    ภาคการศึกษา และช่วงปิดภาคการศึกษา  การกำหนดค่าปรับ และการกำหนดระยะเวลาของการนำทรัพยากรขึ้นชั้น เป็นต้น  และระบบสามารถสำรองและเรียกคืนข้อมูลทั้งยังสามารถรองรับการกำหนด Tag ที่จำเป็นในการจัดทำรายการได้

          6.  OPAC & Utility Module 
          เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ สำหรับสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศทางออนไลน์ (Online Public Access Catalog) รวมทั้งยังใช้เป็นช่องทางสำหรับให้บริการแก่สมาชิกทางออนไลน์ด้วย โดยออกแบบและพัฒนาให้มีความทันสมัยและง่ายต่อการใช้งาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกห้องสมุด รวมทั้งผู้สนใจ ผู้รับบริการห้องสมุดจึงสามารถติดต่อกับระบบผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อค้นหาข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศและการให้บริการอื่นๆ เช่น การยืมต่อและการจอง เป็นต้น

          7.  Circulation Module  ของระบบ WALAI AutoLib
          เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ สำหรับงานบริการยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด โดยออกแบบและพัฒนาให้บริการยืม คืน จอง สำรอง จ่ายค่าปรับ และแจ้งหายแก่สมาชิก แบบครบวงจรทั้ง ณ จุดให้บริการและข้ามสาขาห้องสมุดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับนโยบายการให้บริการที่แตกต่าง ทั้งต่างห้องสมุดสาขาและต่างประเภทสมาชิก  สามารถแสดงรูปสมาชิกขณะทำรายการได้และสนับสนุนอุปกรณ์ Self Check และ RFID

 


แหล่งอ้างอิง :

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์.  (2552).  โครงการพัฒนา
          ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai AutoLIB.
  นครศรีธรรมราช : สำนักวิชา
          สารสนเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.

  
หมายเหตุ :   จากการเข้าร่วมสัมมนาในโครงการสัมมนาความร่วมมือกลุ่มผู้ใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai AutoLIB “โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ สำหรับห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย” จัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 ณ
ห้องกิ่งเพชร โรงแรมเอเชีย  ราชเทวี  กรุงเทพมหานคร  ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้แก่  อาจารย์
สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์  นางไพจิตร  เกิดอยู่  และนางจันทร์ฉาย  วีระชาติ

จินดามณี : ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์สของไทย

           การบรรยายเกี่ยวกับระบบห้องสมุดจินดามณีกับศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  โดย คุณวันเพ็ญ  ศรีจันทร์กุล และคุณถิรนันทร์  ดำรงค์สอน ฝ่ายสารสนเทศ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กล่าวถึง  จินดามณีเป็นระบบห้องสมุดที่พัฒนามาจากระบบห้องสมุดเปิดเผยรหัส (Open Source)  Koha ซึ่งเป็นระบบที่มีการประยุกต์ใช้ในห้องสมุดต่างประเทศหลายแห่ง  ระบบห้องสมุดอัตโนมัติจินดามณีมีฟังก์ชั่นการทำงานพื้นฐานต่างๆ ได้แก่ ระบบ Acquisition, Catalogue, Circulation, Member, Authorities, Report  สามารถพัฒนาฟังก์ชั่นการทำงานเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับการทำงานได้

           มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร สำนักหอสมุด และหน่วยปฏิบัติการวิจัยเชี่ยวชาญเฉพาะการประมวลผลภาษาธรรมชาติและเทคโนโลยีสารสนเทศอัจฉริยะได้ร่วมกันพัฒนาระบบ Koha มาประยุกต์ใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา  จนสามารถพัฒนาเป็นระบบห้องสมุดจินดามณี และสามารถรองรับการใช้งานภาษาไทยได้  โดยทุนสนับสนุนการวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

          การสาธิตและอบรมเชิงปฏิบัติการ
          ระบบ Catalogue และระบบการค้นคืนทรัพยากรสารสนเทศ (OPAC) โดย คุณวันเพ็ญ  ศรีจันทร์กุล และคุณสุพรรณี  หงส์ทอง กล่าวถึงจุดเด่นของ ระบบ Catalogue  สามารถสืบค้นจากเลขระเบียนบรรณานุกรม  ดำเนินการ Add, Edit, Delete จัดการระเบียนตัวเล่ม  การทำซ้ำข้อมูลและการบอกรับสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง   และระบบการค้นคืนทรัพยากรสารสนเทศ (OPAC)  สามารถสืบค้นผ่าน Website, Basic, Advance, display รายการระเบียนและรายการ MARC ได้

           ระบบ Circulation และ ระบบยืมทรัพยากรอัตโนมัติ  โดย คุณถิรนันทร์  ดำรงค์สอน และคุณพุฒิพงศ์ ยองทอง กล่าวถึงจุดเด่น คือรองรับระบบสมาชิก มีการจัดการสมาชิกโดยการเพิ่มสมาชิกใหม่  แบ่งกลุ่ม เรียกดูและแก้ไข  สามารถตรวจสอบข้อมูลสมาชิกได้ครอบคลุม

           สำหรับจุดเด่นโดยรวมของระบบห้องสมุดจินดามณี
                • สามารถพัฒนา ปรับแก้ไขตามความต้องการได้
                • เชื่อมโยงกับระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรที่พัฒนาขึ้นเองได้
                • เชื่อมโยงกับอุปกรณ์ภายนอกได้ เช่น อุปกรณ์ RFID 
                • ใช้งบประมาณน้อย

แหล่งอ้างอิง :  
โครงการวิจัยการพัฒนาและประยุกต์ใช้ระบบห้องสมุดแบบเปิดเผยรหัสภาษาไทยเพื่อการ
          พึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีภายใต้ชุดโครงการวิจัย “การพัฒนาศูนย์ความรู้
          อิเล็กทรอนิกส์ด้านการเกษตร”
  สนับสนุนโดย สถาบันวิจัยและพัฒนา
          แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

หมายเหตุ :  สรุปจากการสัมมนา เรื่อง “จินดามณี : ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์สของไทย” วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตร- ศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน  มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์  นางจันทร์ฉาย  วีระชาติ  นางสาวิตรี  แสงวิริยภาพ  นายพรเทพ  ยอแสงรัตน์  และนายอุทิตย์  พิมพา  และการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง  “จินดามณี ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์สของไทย”  วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2552  ณ ห้องฝึกอบรม ชั้น 2 อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน  มีผู้เข้า ร่วมประชุม ดังนี้  นางจันทร์ฉาย  วีระชาติ และนายภาณุมาตร์  สุทธิสังข์

ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib

         ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib  ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อใช้งานในสถาบันอุดมศึกษาที่ประสงค์จะใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่พัฒนาในประเทศไทย และมีฐานการพัฒนาบนห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทยโดยเฉพาะ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ WALAI AutoLib พัฒนาโดยสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  มี 7 Module ดังนี้

          1.  Acquisition Module
               • แนะนำ/เสนอซื้อ ทรัพยากรสารสนเทศผ่านเว็บไซต์
               • ตรวจสอบรายการซ้ำ หรือรายการที่ห้องสมุดมีแล้ว
               • ระบบสามารถรองรับการลงทะเบียนเป็นสมาชิกของสำนักพิมพ์หรือตัวแทนจำหน่าย  ผ่าน web โดยใช้เลขทะเบียนการค้าเท่านั้น เพื่อติดต่อการในการจัดหา
               • สามารถเปรียบเทียบจากการเสนอของสำนักพิมพ์แต่ละชื่อเรื่องได้
               • การขออนุมัติ มี 2 ระบบ
                  -   ผู้บริหารสามารถอนุมัติผ่าน web ได้
                  -   ผู้บริหารอนุมัติจากบันทึกการขออนุมัติได้
               • การตรวจรับจะมีผู้ตรวจรับ รายการตรวจรับในระบบและตรวจสอบได้ และสามารถ ตรวจสอบย้อนหลังได้ทั้งหมด
               • ในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาได้ หรือหยุดพิมพ์ หรือดำเนินการจัดซื้ออีครั้ง ระบบจะแจ้ง ให้ผู้เสนอแนะทราบ สถานะของการดำเนินการ
               • กระบวนการจัดซื้อจัดหา ระบบจะรวบรวมรายการ และบอกรายการที่เสนอซ้ำ หรือ  ผ่านวิธีการจัดซื้อในขั้นตอนใด

          2.  Cataloging Module
                • ระบบสามารถ จัดทำบาร์โค้ดได้
                • ระบบจัดทำ label หรือการพิมพ์สัน ของหนังสือแต่ละเล่มได้จากรายการที่ได้ catalog  แล้วในระบบ และ print ออกมาดำเนินการกับตัวเล่มได้เลย

           3.  Serial Control Module
          จุดเด่นของโมดูลนี้ คือ  การลงทะเบียนวารสาร 1 ชื่อเรื่อง 1 ครั้ง ระบบจะคำนวณวาระการออกและการติดตามวารสารให้เป็นรายปีให้อย่างต่อเนื่อง ถ้ารายการใดได้รับแล้ว ก็ check in ถ้ารายการใดยังไม่ได้รับ ก็สามารถดำเนินการแก้ไข และแจ้งเหตุผลได้

          4.  Authority Control Module (ระบบควบคุมรายการ)
          เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ  สำหรับใช้ในการจัดการ หัวเรื่อง ชื่อผู้แต่ง และชื่อนิติบุคคล ให้เป็นรูปแบบของระเบียน ควบคุมรายการตามมาตรฐาน  MARC21 เพื่อเป็นตัวกำหนดและควบคุมการลงรายการบรรณานุกรม และเป็นดรรชนีในการสืบค้นให้กับ OPAC

           5.  Policy Management Module
           เป็นระบบย่อยที่ใช้เพื่อกำหนดรูปแบบและเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ทั้งนี้เนื่องจากห้องสมุดแต่ละแห่งมีนโยบายในการให้บริการที่ต่างกัน จึงอำนวยความสะดวกในการทำงาน โดยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดนโยบายการให้บริการได้เอง เช่น  เวลาทำการ ซึ่งในสถาบันการศึกษา มีวันและเวลา   การเปิดบริการของห้องสมุดแตกต่างกันระหว่าง    ภาคการศึกษา และช่วงปิดภาคการศึกษา  การกำหนดค่าปรับ และการกำหนดระยะเวลาของการนำทรัพยากรขึ้นชั้น เป็นต้น  และระบบสามารถสำรองและเรียกคืนข้อมูลทั้งยังสามารถรองรับการกำหนด Tag ที่จำเป็นในการจัดทำรายการได้

          6.  OPAC & Utility Module 
          เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ สำหรับสืบค้นทรัพยากรสารสนเทศทางออนไลน์ (Online Public Access Catalog) รวมทั้งยังใช้เป็นช่องทางสำหรับให้บริการแก่สมาชิกทางออนไลน์ด้วย โดยออกแบบและพัฒนาให้มีความทันสมัยและง่ายต่อการใช้งาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สมาชิกห้องสมุด รวมทั้งผู้สนใจ ผู้รับบริการห้องสมุดจึงสามารถติดต่อกับระบบผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อค้นหาข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศและการให้บริการอื่นๆ เช่น การยืมต่อและการจอง เป็นต้น

          7.  Circulation Module  ของระบบ WALAI AutoLib
          เป็นระบบย่อยที่ประกอบด้วยชุดคำสั่งต่างๆ สำหรับงานบริการยืมคืนทรัพยากรสารสนเทศของห้องสมุด โดยออกแบบและพัฒนาให้บริการยืม คืน จอง สำรอง จ่ายค่าปรับ และแจ้งหายแก่สมาชิก แบบครบวงจรทั้ง ณ จุดให้บริการและข้ามสาขาห้องสมุดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ อีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อรองรับนโยบายการให้บริการที่แตกต่าง ทั้งต่างห้องสมุดสาขาและต่างประเภทสมาชิก  สามารถแสดงรูปสมาชิกขณะทำรายการได้และสนับสนุนอุปกรณ์ Self Check และ RFID

 


แหล่งอ้างอิง :

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์.  (2552).  โครงการพัฒนา
          ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai AutoLIB.
  นครศรีธรรมราช : สำนักวิชา
          สารสนเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.

  
หมายเหตุ :   จากการเข้าร่วมสัมมนาในโครงการสัมมนาความร่วมมือกลุ่มผู้ใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ Walai AutoLIB “โครงการพัฒนาระบบห้องสมุดอัตโนมัติ สำหรับห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาไทย” จัดโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) วันที่ 18 พฤษภาคม 2552 ณ
ห้องกิ่งเพชร โรงแรมเอเชีย  ราชเทวี  กรุงเทพมหานคร  ผู้เข้าร่วมสัมมนา ได้แก่  อาจารย์
สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์  นางไพจิตร  เกิดอยู่  และนางจันทร์ฉาย  วีระชาติ

สืบค้นข้อมูล
คลังเก็บ
หมวดหมู่
หัวข้อที่มีการอ่านมากสุด
2 CUL 3G Balanced Scorecard Boston Library Consortium California Digital Library Georgia Pines Hong Kong Central Library Hong Kong University of Science and Technology Library ISSN Lib 2.0 Lynn Scott Cochrane Nong Ping OhioLINK Pao Yue Kong Library The Hong Kong Polytechnic University Library University of Hong Kong Library WALAI AutoLib Web 2.0 กรุงเทพมหานคร การบริหารจัดการห้องสมุด การฝึกอบรม การพัฒนาสารสนเทศศาสตร์ การวัดผลงานเชิงดุลยภาพ การวิจัยสารสนเทศศาสตร์ การศึกษาสารสนเทศศาสตร์ การสื่อสาร การส่งเสริมการอ่าน จดหมายเหตุ จดหมายเหตุมหาวิทยาลัย จินดามณี นวัตกรรมห้องสมุด บุคลิกภาพ ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์ส ศึกษาดูงานห้องสมุดฮ่องกง ศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สารเมลามีน หมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง หอจดหมายเหตุ ห้องสมุดกับการวิจัย ห้องสมุดกับการศึกษา ห้องสมุดในฮ่องกง เครือข่ายความร่วมมือของห้องสมุด เทคโนโลยีการสื่อสาร เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร
จดหมายข่าว
บล็อกอื่นๆ
ผู้ดูแลระบบ