การบริหารจัดการงานห้องสมุดเพื่อรองรับผลกระทบประชาคมอาเซียน 2558

สรุปการเข้าร่วมสัมมนาวิชาการของ
ห้องสมุดวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล

อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์
ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด

 

 

          วันที่ 26 กันยายน 2555 ได้เข้าร่วมสัมมนาวิชาการปี 2555 ของห้องสมุดวิทยาลัยการจัดการ  มหาวิทยาลัยมหิดล  เรื่อง “การบริหารจัดการงานห้องสมุดเพื่อรองรับผลกระทบประชาคมอาเซียน 2558” ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
         การบริหารจัดการงานห้องสมุดเพื่อรองรับผลกระทบประชาคมอาเซียน 2558 ในหัวข้อนี้ ดร.รัฐ รนาดิเรก อาจารย์วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้บรรยายในภาคเช้า และ workshop ในภาคบ่าย

         สรุปเนื้อหาที่ได้จากการบรรยาย

1.  การปรับกลไกความคิดเชิงกลยุทธ์

         ปรับวิธีคิดใหม่ ให้สามารถคิดแบบเชิงกลยุทธ์
         1.1    กำหนดเป้าหมายที่จะบรรลุ
         1.2    วิเคราะห์
                   1.2.1  Stakeholder analysis ซึ่งมีอยู่หลายกลุ่ม
                               1)  Stakeholder  ในองค์กร
                               2)  Stakeholder  ที่เป็นผู้อนุมัติงบประมาณ
                               3)  Stakeholder  ที่เป็นหน่วยงานพันธมิตร หรือเครือข่าย
                               4)  Stakeholder  ที่เป็นผู้ใช้บริการ
                               5)  Stakeholder  ที่เป็นผู้เสียผลประโยชน์
                  1.2.2  Problem analysis
                  1.2.3  Situation analysis

2.  Paradigm

         2.1    mode แห่งความสำเร็จ เป็นวิถีที่เชื่อว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จ
         2.2    เป็นการกำหนดขอบเขตในการคิด เป็นตัว Block ที่ทำให้เราประเมินคุณภาพของบุคคลต่างกัน
         2.3    ทุกคนเกี่ยวข้องกับ paradigm

ตัวอย่าง ของ Paradigm :

         ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีการผลิตนาฬิกาที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และครองตลาดโลกมาในศตวรรษที่ 20 ต่อมามีการเสนอ (โดยช่างชาวสวิส) ให้ผลิตนาฬิกาแบบใหม่ เป็น นาฬิกาควอทซ์ (Quartz) ไม่มีเข็มนาฬิกา ไม่ต้องหมุนเข็ม เป็นดิจิทัล แต่ถูกบริษัทปฏิเสธ เนื่องจากบริษัทมี paradigm ของบริษัทว่า นาฬิกาจะต้องมีตัวเลข มีเข็มบนหน้าปัด และมีปุ่มหมุนเข็ม  ต่อมาในงานการแสดงนาฬิกาโลก  อเมริกาและญี่ปุ่นได้เห็นแนวใหม่หรือรูปลักษณ์ใหม่ของนาฬิกา นำไปผลิตออกจำหน่าย ทำให้นาฬิการุ่นใหม่ของญี่ปุ่นครองตลาด สัดส่วนของนาฬิกาสวิสที่เคยอยู่ในตำแหน่งที่ 1 (ประมาณ 60 กว่า %) ตกลงมาแค่ 10 % paradigm จึงมีความสำคัญต่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทุกเรื่อง

         ทำไมคนไม่ยอมเปลี่ยน Paradigm
         1. สัญชาตญาณ  (Instinct)
         2. นิสัย  (Habit)  ทำมาอย่างไรก็ทำไปอย่างนั้น
         3. วัฒนธรรม  (Culture)
         4. ชอบให้คนอื่นทำตามที่ตัวต้องการ  (Dominate)
         5. ยโส  (Ego)
         6. มีความเชื่อมั่นตัวเองสูงมาก  (Over Ego)
         ทั้ง 6 ข้อข้างต้นเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไม่ยอมเปลี่ยน paradigm

3.  Situation analysis

         Workforce จำแนกออกได้ตาม Generation ซึ่งคนแต่ละกลุ่มก็คิดคนละแบบ คือ
         3.1  กลุ่ม Baby Boomer  (พ.ศ. 2489 – 2508) อายุระหว่าง 66 – 47  สังคมในยุค Baby Boomer ทางเลือกมีไม่มาก อยู่ที่ไหนอยู่ที่นั่นไม่ชอบเปลี่ยนงานเป็นกลุ่ม Live to Work
         3.2  Generation X  (พ.ศ. 2509 – 2523) อายุระหว่าง 46 – 32  การทำงานเป็นระบบมากขึ้น แต่ความคิดยังคงเก่าอยู่ เป็นกลุ่ม Work to Live
         3.3  Generation Y  (พ.ศ. 2524 – 2542) อายุระหว่าง 31 – 12  เป็นกลุ่มที่ทันสมัย ใช้สื่อทันสมัย เพราะมีสื่อทันสมัยอยู่รอบตัว และมีทางเลือกเยอะเป็นกลุ่ม Live then Work
         3.4  Generation Z  (พ.ศ. 2543 –     ) อายุระหว่าง 11 –      มีความกล้ามากขึ้น แสดงความคิดเห็นมากขึ้น ซึ่งเราจะพบได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด

4.  Managing Workforce ในอนาคต

         4.1  มิติของงาน
                  4.1.1  งานต้องยืดหยุ่น กระบวนการทำงานก็ต้องยืดหยุ่น (Flexible)
                  4.1.2  เป้าหมายต้องชัดเจน (Goal oriented)
                  4.1.3  ดึงให้บุคลากรมีส่วนร่วม (Engaging)
                  4.1.4  สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นทุกวัน (ถ้าทำได้)  (Variety)
                  4.1.5  ทำให้ผู้ปฏิบัติรุ้สึกถึงความสำคัญของงาน (Meaningful)
                  4.1.6  งานต้องมีความเป็นระบบ การบริหารจัดการงานก็เป็นระบบ (Systematic)
                  4.1.7  งานมีความท้าทายในการปฏิบัติ (Challenging)
         4.2 มิติของผู้บริหาร
                  4.2.1 ให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษา (Resourceful)
                  4.2.2 รับฟังและเข้าใจความรู้สึก (Empathy)
                  4.2.3 ปรับตัวได้ตามสถานการณ์ (Adaptive)
                  4.2.4 เป็นเหตุเป็นผล อธิบายได้ (Logical)
                  4.2.5 ทำใจ

5.  AEC 2015

         จะทำอย่างไรให้พื้นที่ไทยในอาเซียนโดดเด่น
         
5.1  ศึกษาการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ
                  5.1.1  ความมั่นคง (มีศักยภาพของการแข่งขัน)  รู้คู่แข่งขัน – รู้เขารู้เรา
                  5.1.2  ความเข้าใจในสังคมและวัฒนธรรม – ผู้บริโภคมีความรู้และศักยภาพ (Demand condition)
                  5.1.3  เป็นฐานการผลิตที่ดี (Supply condition) ด้านวัตถุดิบ แรงงาน และข้อกำหนดอื่นๆ
         5.2  การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ อุตสาหกรรมที่รองรับจะต้องมีภาคการบริการที่ดี มีสาธารณูปโภคที่ครบครัย และมีการจัดการ Logistics ที่ดี
         5.3  แนวทางในการพัฒนาห้องสมุดเพื่อรองรับ AEC 2015 คือ ห้องสมุดจะต้องจัดเตรียม resources ที่เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพให้กับผู้ใช้บริการในบริบทของสังคมกลุ่มเป้าหมายที่ห้องสมุดรับผิดชอบในการรองรับ AEC 2015

หมายเหตุ : จากการสัมมนาวิชาการ เรื่อง การบริหารจัดการงานห้องสมุดเพื่อรองรับผลกระทบประชาคมอาเซียน 2558  วันที่ 26 กันยายน 2555 เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ มีผู้ร่วมสัมมนาดังนี้ อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์ 

ศึกษาดูงานพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย

โดย อาจารย์อรชา เผือกสุวรรณ

          บุคลากรของหอประวัติและพิพิธภัณฑ์ ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ไปศึกษาดูงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เรื่อง “สมบัติแผ่นดิน”  เมื่อวันที่  28  สิงหาคม  2555  เวลา 10.00 – 12.00 น.  ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย  ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่

สรุปการฝึกอบรมประสบการณ์วิชาชีพด้านหอจดหมายเหตุ ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

สรุปการฝึกอบรมประสบการณ์วิชาชีพด้านหอจดหมายเหตุ
ณ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ 
วันที่ 2 กรกฎาคม -29 สิงหาคม 2555

                                                                                                                                                                 นายรมย์ ธนูเทพ  
นายชัยวุฒิ บุตตัสสะ

ฝึกอบรมด้านการบริหารเอกสาร (2-3 ก.ค.2555) 

การพิจารณาบัญชีเอกสารขอทำลาย 

          หน่วยงานราชการส่งบัญชีขอทำลายเอกสารมาให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติพิจารณาก่อน หอจดหมายเหตุแห่งชาติเห็นว่าเรื่องใดมีคุณค่าก็จะขอสงวนเก็บเอกสารไว้ ส่วนเอกสารที่ไม่มีคุณค่าก็จะให้หน่วยงานทำลาย การส่งมอบเอกสารจะมีบัญชีในการส่งมอบเอกสาร สำหรับเซ็นรับและตอบกลับ และเมื่อได้รับเอกสารที่ขอสงวนแล้วจะมีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้ Read the rest of this entry »

โครงการห้องสมุดโรงเรียนบางโพธิ์เหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

โครงการห้องสมุดโรงเรียนบางโพธิ์เหนือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี

          ตามที่ศูนย์อาสาสมัครเพื่อสังคม มธบ. ได้ขอความอนุเคราะห์ให้บรรณารักษ์ดำเนินการให้ความรู้ในการจัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดโรงเรียนบางโพธิ์เหนือ วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2555 โดยมีบรรณารักษ์ร่วมดำเนินการในครั้งนี้ จำนวน 5 คน คือ…
         1. นางไพจิตร เกิดอยู่
         2. นางรุ่งนภา พื้นงาม
         3. นางทิพยถนอม นนทนาคร
         4. นายระวิ มีเดช
         5. นางสาวขนิษฐา ภมรพิพิธ

กิจกรรมดำเนินงาน
         1. บริจาคหนังสือให้ห้องสมุดจำนวน 33 ชื่อเรื่อง 91 เล่ม
         2. จัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุด จำนวน 210 เล่ม
         3. แนะนำการลงทะเบียน การจัดหมวดหมู่ การกำหนดเลขผู้แต่ง การให้หัวเรื่อง แก่ครูผู้รับผิดชอบ

ขอขอบคุณ…นายปรัชญา แก้วมาก  จัดทำป้ายหมวดหมู่ระบบทศนิยมดิวอี้ และป้ายติดหมวดหมู่บนชั้นหนังสือ

โครงการแบ่งปันความรู้สู่ชุมชน ครั้งที่ 1/2555

รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการแบ่งปันความรู้สู่ชุมชน   ครั้งที่ 1/2555

          กลุ่มงานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ  อพส.  ดำเนินการโครงการแบ่งปันความรู้สู่ชุมชน ในวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2555 ณ โรงเรียนบึงเทพยา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา โดยเข้าร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ในโครงการออกค่ายอาสาพัฒนาห้องสมุด เพื่อน้องในชนบทที่ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3    
         การดำเนินการในวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2555 กลุ่มงานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ แต่ละสถาบันรวมกลุ่ม 2 จุด คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น 
         เดินทางออกจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ในเวลา 9.00 น. โดยรถตู้ของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น
         มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ เดินทางไปสมทบกับโครงการออกค่ายอาสาพัฒนาห้องสมุดเพื่อน้องในชนบทของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ที่โรงเรียนบึงเทพยา และตัวแทนกลุ่มจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้เดินทางไปสมทบด้วย ในเวลา 10.30 น. 
         ในเวลาต่อมาได้มอบหนังสือ จำนวน 1,043 เล่ม ของเล่น ตุ๊กตา ขนม และได้อยู่ร่วมกิจกรรมการปลูกต้นไม้ กิจกรรมอื่นๆ บางส่วนของโครงการออกค่ายอาสาพัฒนาห้องสมุดเพื่อน้องในชนบทของมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต 
         ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครสนับสนุน อาหารกลางวัน ให้กลุ่มงานวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย และเดินทางกลับในเวลา 13.00 น. โดยรถตู้ของสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น

 

งานวันรำลึก ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๕

PDF คลิกที่นี่  มหัศจรรย์อาหารถิ่นใต้_ข้าวยำ’55






การประชุมสภาบรรณารักษ์แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 15

การประชุมสภาบรรณารักษ์
แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 15 
(15th Congress of Southeast Asian Librarians – CONSAL XV)
28 – 31 พฤษภาคม 2555
เกาะบาหลี  ประเทศอินโดนีเซีย

อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์
ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
 

 

ความเป็นมาของ CONSAL 

การก่อตั้ง :  พ.ศ.2513 (1970) โดยความคิดริเริ่มของสมาคมห้องสมุดของประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโดยเฉพาะเพื่อรองรับการก่อตั้งสมาคมประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน  (Association of Southeast Asian Nations – ASEAN) ในขณะนั้น 

การบริหาร :  โดยประเทศสมาชิกเดิมมี 7 ประเทศ คือ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ต่อมาเพิ่มประเทศ เมียนมาร์ ลาว และบรูไนดารุสซาลาม เป็น 10 ประเทศ  ผู้แทนจาก 10 ประเทศๆ ละ 3 คน (คือ นายกสมาคมห้องสมุด  ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติ และกรรมการบริหารของสมาคมห้องสมุดอีก 1 คน) รวม 30 คน เป็น Executive Board บริหาร  CONSAL 

เลขาธิการ :  Executive Board มีมติให้มีเลขาธิการในปี พ.ศ.2543 (2000) ของ CONSAL     ประเทศสิงคโปร์ โดย Mr. R. Ramma Chanran  ผู้อำนวยการ (Secretariat)    หอสมุดแห่งชาติประเทศสิงค์โปร์ เป็นเลขาธิการของ CONSAL คนแรก และมีวาระครั้งละ 3 ปี 

การประชุม :  มีการประชุมทุก 3 ปี และแต่ละประเทศผลัดกันเป็นเจ้าภาพ ดังนี้
               
ครั้งที่ 1  สิงคโปร์  2513 (1970)  14 – 16  สิงหาคม
               ครั้งที่ 2  ฟิลิปปินส์  2516 (1973)  10 – 14  ธันวาคม
               ครั้งที่ 3  อินโดนีเซีย  2518 (1975)    1 – 5  ธันวาคม
               ครั้งที่ 4  ไทย  2521 (1978)    5 – 9  มิถุนายน
               ครั้งที่ 5  มาเลเซีย  2524 (1981)  25 – 29  พฤษภาคม
               ครั้งที่ 6  สิงคโปร์  2526 (1983)   31 พฤษภาคม – 3  มิถุนายน
               ครั้งที่ 7  ฟิลิปปินส์  2530 (1987)   12 – 21  กุมภาพันธ์
              
ครั้งที่ 8  อินโดนีเซีย  2533 (1990)  11 – 14  มิถุนายน
               ครั้งที่ 9  ไทย  2536 (1993)    2 – 7  พฤษภาคม
               ครั้งที่ 10  มาเลเซีย  2539 (1996)  21 – 25  พฤษภาคม
               ครั้งที่ 11  สิงค์โปร์  2543 (2000)  26 – 28  เมษายน
               ครั้งที่ 12  บรูไนดารุสซารัม  2546 (2003)  20 – 23  ตุลาคม
               ครั้งที่ 13  ฟิลิปปินส์  2549 (2006)  25 – 30  มีนาคม
               ครั้งที่ 14  เวียดนาม  2552 (2009)  21 – 22  เมษายน
               ครั้งที่ 15  อินโดนีเซีย  2555 (2012)  28 – 31  พฤษภาคม
               ครั้งที่ 16  ไทย  2558 (2015)  26 – 29  พฤษภาคม 

การเงิน  :  CONSAL ได้รับเงินสนับสนุนการดำเนินงานจากองค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในภูมิภาคนี้และภายนอกภูมิภาค เช่น UNESCO, IFLA, The Commonwealth Foundation หอสมุดแห่งชาติออสเตรเลีย เป็นต้น 

การประชุม CONSAL ครั้งที่ 15  “National Heritage : Preservation and Dissemination” 

วัตถุประสงค์  : 
         1. เสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างบรรณารักษ์ใน
ประเทศภูมิภาคนี้
         2. เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์
         3. พัฒนาโครงการความร่วมมือระหว่างห้องสมุด
         4. ปรับปรุงการให้บริการ
         5. แนะนำความก้าวหน้าใหม่ๆ
         6
. ส่งเสริม สนับสนุน ให้บรรณารักษ์ ผู้บริหารห้องสมุด นักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ได้ใช้ความรู้ ความสามารถ เพื่อช่วยพัฒนางานห้องสมุด     

ผู้เข้าร่วมประชุม :  ประมาณ 700 คน ลงทะเบียนล่วงหน้า 500 คน ลงทะเบียนหน้างาน 200 คน บรรณารักษ์จากประเทศไทย จำนวน 37 คน (ลงทะเบียน) และอีก 24 คน (ไม่ลงทะเบียน) 

หัวข้อการประชุม :

         1. หอสมุดแห่งชาติในฐานะศูนย์กลางมรดกทางสติปัญญาของชาติ
         2.  การอนุรักษ์และสงวนรักษาทรัพยากรสารสนเทศ
         3.  กฎหมาย/พระราชบัญญัติการพิมพ์ (Legal Deposit Act)
         4.  การเรียนการสอนบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ 
         5.  การใช้ทรัพยากรร่วมกัน การสร้างเครือข่าย 
         6.  การบริหารห้องสมุดดิจิทัล 
         7.  บทบาทสมาคมห้องสมุดในการบริหารประเทศ 
         8.  ห้องสมุดชุมชนกับการรู้สารสนเทศของชุมชน 
         9.  บทบาทของห้องสมุดต่อการส่งเสริมการอ่าน 
        10. บทบาทของ Corporate Social Responsibility (CSR) ในการพัฒนาห้องสมุด 

พิธีการรับมอบธง  :  ในการประชุมสภาบรรณารักษ์เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทุกครั้ง ประเทศเจ้าภาพจะมีพิธีส่งต่อธงให้กับประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพวาระต่อไป ในครั้งนี้ก็เช่นกันมีพิธีส่งต่อธงและรับมอบธงระหว่างประเทศอินโดนีเซียกับประเทศไทย พร้อมกับมอบเงินขวัญถุงจำนวน 1,000 USD ให้เป็นต้นทุนในการจัดการประชุมครั้งที่ 16 ต่อไป

 

หัวข้อการประชุม ครั้งที่ 16 :  ASEAN Knowledge : Library for Sustainable Advancement     

(คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

หมายเหตุ :  จากการประชุมสภาบรรณารักษ์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 15 (15th Congress of Southeast Asian Libraries – CONSAL XV) ที่เกาะบาหลี  ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 27 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2555  มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์

การเยี่ยมชมภายในศูนย์วิจัยในส่วนจัดแสดง รับชมการสาธิตผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีของ 3 เอ็ม

การเยี่ยมชมภายในศูนย์วิจัย
ในส่วนจัดแสดง
รับชมการสาธิตผลิตภัณฑ์
และเทคโนโลยีของ 3 เอ็ม

                                             นางสาวชูชีพ  มามาก
12   กรกฎาคม   2555

 

แนะนำความเป็นมาของศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม 
โดย ดร. ประกอบ กิติพิชัย

          บริษัท 3 เอ็ม ประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2510 ภายในศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประกอบไปด้วย ส่วนจัดแสดงสินค้า ห้องปฏิบัติการใช้งานจริง ห้องประชุมสัมมนา ในพื้นที่กว่า 3,580 ตารางเมตร เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า ตอบสนองต่อความก้าวหน้าทางธุรกิจร่วมกัน ซึ่งจะนำพาความสุขต่อเนื่องไม่รู้จบ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และการใช้ชีวิตจากสังคมไทย โยงใยไปทั่วโลก

         บริษัท 3  เอ็มมีชื่อเสียงเป็นที่ไว้วางใจในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในธุรกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์และเวชภัณฑ์ อาหาร ตลอดจนธุรกิจค้าปลีก 3 เอ็ม ประเทศไทย มีศักยภาพในด้านการผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาจากหลายหลายเทคโนโลยี อาทิผลิตภัณฑ์วัสดุงานขัด  ผลิตภัณฑ์ฟิลเทรชั่น  ผลิตภัณฑ์โพสต์-อิท ® ผลิตภัณฑ์เทปกาวตราสก๊อตช์ ® ผลิตภัณฑ์กราฟิกสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ อาทิ เทปปิดแผลผ่าตัด อุปกรณ์และวัสดุตกแต่งแผล พลาสเตอร์ยาทั่วไป รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกมากมายเพื่อตอบสนองความต้องการในทุก ๆ ด้านของผู้บริโภคชาวไทย            

                                                                                                    

         Built to exceed exceed   โดย  บรรณารักษ์ ชาวสิงค์โปร์  แนะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ  เช่น   3 M  Intelligent return and sorter system – FX  คืนหนังสือ ซึ่งสามารถแยกหนังสือได้เป็นหมวด ๆ  , สามารถให้ผู้ใช้ออกแบบบัตรห้องสมุดได้เอง , 3 M book sanitizer  เครื่องใช้สำหรับทำความสะอาดหนังสือ เพื่อฆ่าเชื้อโรคต่างๆ   เช่น เชื้อรา   และดีต่อสุขภาพผู้อ่าน ปลอดภัย

         Generation Y ร้ายจริงหรือ ?  บรรยายโดย เภสัชกร ดร. ลือรัตน์ อนุรัตน์พานิช                                               

         Generation B (Baby Boomer Generation) คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2489 – 2507  อายุ  44 – 62 ปี จะเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ กติกา  อดทน ให้ความสำคัญกับผลงานแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าจะประสบความสำเร็จ   อีกทั้งยังมีแนวคิดที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว  มีความทุ่มเทกับการทำงานและองค์กรมาก คนกลุ่มนี้จะไม่เปลี่ยนงานบ่อยเนื่องจาก   มีความจงรักภักดีกับองค์กรอย่างมาก ปัจจุบันนักการตลาดในหลายๆ ประเทศเน้นทำการตลาดกับกลุ่มนี้เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อ มีศักยภาพในการบริโภคสินค้า  มีทัศนคติที่ดีต่อการซื้อจับจ่ายใช้สอยสินค้าเพื่อตัวเองและบุคคลใกล้ชิด                             

         Generation X (Extraordinary Generation)  คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2508 – 2522  อายุ 29 – 43 ปี มีลักษณะพฤติกรรมชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work – life balance)  มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพังไม่พึ่งพาใคร มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติงเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาตนเอง  ในด้านพฤติกรรมการบริโภคจะเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่กล้าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทำงานในลักษณะใช้ความคิด สมาชิกหลักในครอบครัวทำงานทั้งสองคนใช้ชีวิตแบบทันสมัย                                                                                                                                 

         Generation Y (Why Generation) คือ กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523 –2533 อายุ 38 – 28 ปี เป็นกลุ่มคนที่โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เป็นวัยที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน มีลักษณะนิสัยชอบแสดงออก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบอยู่ในกรอบและไม่ชอบเงื่อนไข คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนในการทำงานว่าสิ่งที่ทำมีผลต่อตนเองและต่อหน่วยงานอย่างไร  อีกทั้งยังมีความสามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร และยังสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน  Gen-Y เป็นผู้บริโภคที่ใจร้อน ต้องการเห็นผลสำเร็จทุกอย่างอย่างรวดเร็วเนื่องจากเชื่อในศักยภาพของตนเอง กลุ่มคน Gen-Y เชื่อว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตจะเกิดขึ้นต้องทำงานหนัก ทำให้มีการแต่งงานช้าลง ไม่ถึง 30 ไม่แต่ง ถ้ามีแฟนแล้วแฟนมีอุปสรรคกับงาน ก็จะเลิกกับแฟนเลือกงาน คนกลุ่มนี้มักเปลี่ยนงานบ่อย มีเครดิตการ์ดมากกว่า 1ใบ ใช้บริการประเภทและมักใช้บริการ Personal Credit มากขึ้น

         สรุป

         Generation B-เป็นคนที่วางรากฐาน สร้างกรอบแนวคิด ขององค์กร                                                               

         Generation X-เบื่อกรอบที่รุ่นพี่สร้างไว้ อยากเปลี่ยนแปลง                                                                                      

         Generation Y-อยากออกนอกกรอบ แต่มัวแต่ยุ่งกับสังคมออนไลน์ จนหมดแรงออกจากกรอบ

(คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

หมายเหตุ : การเยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายทางวิชาการเพิ่มเติม เรื่องของเทคโนโลยีระบบการจัดการสื่อในห้องสมุด วันที่ 12 กรกฎาคม 2555 ณ ศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม บริษัท 3เอ็ม ประเทศไทย จำกัด  มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  นางไพจิตร  เกิดอยู่  นางทิพยถนอม  นนทนาคร  นางสาวชูชีพ  มามาก  นางสาวขนิษฐา  ภมรพิพิธ  นางสาวทรงพร  พิรุณ  นายวรวิช  พุฒิวิสารทภาคย์  นางสาวพงษ์เนต  สถิตพงษ์  นางสาวจุฑามาศ   เชาวลิต  นางสาวสุพดี  บรรจงแต้ม  นางสาวสมสนิท  จันทะบุตร  นายสัญญา  ประกอบผล   นางจันทร์ฉาย  วีระชาติ  นางสาวโศภิดา  เดชเส้ง  นายภาณุมาตร์  สุทธิสังข์  นายศักดิ์สิทธิ์  คณะชาติ  นางสุภาพร วิมุกตานนท์  และนายอภิพล เมืองเกษม

SARBICA (Southeast Asian Regional Branch International Council on Archives)

SARBICA
(Southeast Asian Regional Branch International Council on Archives) 

อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์
ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

SARBICA : เป็นสาขาภูมิภาคแรก ของสภาจดหมายเหตุ ระหว่างประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2511 (9 July 1968) ในที่ประชุมอย่างไม่เป็นทางการที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ปี พ.ศ. 2551 (2008) เป็นปีที่ 40 ของ SARBICA

จุดประสงค์ของ SARBICA :
          1.  เพื่อก่อตั้ง และรักษาความเข้มแข็งของความสัมพันธ์อันดี ของนักจดหมายเหตุ ของทุกประเทศในภูมิภาคนี้ และความสัมพันธ์อันดี ระหว่างสถาบัน หน่วยงาน และองค์การ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษา การบริหารจัดการเอกสาร/ทรัพยากรจดหมายเหตุ
          2.  เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ สงวนรักษาและป้องกันอุปัทวภัยทุกประเภทที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินจดหมายเหตุ ที่มีค่าของภูมิภาคนี้ และพัฒนาการสงวนรักษาทุกวิธีการ
          3.  เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้จดหมายเหตุ ของภูมิภาคนี้ โดยส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางและพัฒนาวิธีการเข้าถึงที่สะดวกรวดเร็ว
          4.  เพื่อส่งเสริมการจัดการและความร่วมมือในการจัดกิจกรรมของจดหมายเหตุในภูมิภาค
          5.  เพื่อสนับสนุนให้มีการฝึกอบรมด้านจดหมายเหตุให้กับนักจดหมายเหตุในภูมิภาคนี้
          6.  เพื่อร่วมมือกับสถาบัน หรือองค์การอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเอกสาร เพื่อการใช้ประโยชน์ของเอกสารในสถาบันเหล่านั้น เพื่อผลประโยชน์ของประชาชาติ
          7.  เพื่อบริหารจัดการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในบทที่ 3 ของธรรมนูญ ของสภาจดหมายเหตุระหว่างประเทศ (International Council on Archives – ICA)

(คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม) 

สมาชิก ของ SARBICA  10 ประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ :  จากการประชุมสัมมนานานาชาติทางทางวิชการจดหมายเหตุ เรื่อง “Electronic Records: Prepare for Change and Prevent Loss” ระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2555 ณ ห้องบอลรูม B ชั้น 6 โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท ประตูน้ำ กทม. มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์

แนะนำหนังสือ จดจำความหมาย เหตุการณ์: ประเทศไทย กับ อาเซียน

แนะนำหนังสือ “จดจำความหมาย เหตุการณ์: ประเทศไทย กับ อาเซียน

ASEAN RECORDS OF HISTORIC EVENTS :

Thai Royal Visitors and Asean”

อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์
ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

            ในโอกาสที่สำนักหอจดหมายเหตุ ได้ฉลองครบรอบ 60 ปี ของการก่อตั้ง หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ประเทศไทย และเพื่อเผยแพร่งานจดหมายเหตุของประเทศ และในโอกาสที่ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายแห่งชาติของประเทศไทย ดำรงตำแหน่งประธานสภาการจดหมายเหตุสากลประจำภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ และจัดงานประชุมผู้บริหาร The 18th SARBICA General Conference ที่ประเทศไทย (25 – 26 มิถุนายน 2555)

            สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้จัดพิมพ์หนังสือ “จดจำความหมาย เหตุการณ์: ประเทศไทย กับ อาเซียน ASEAN RECORDS OF HISTORIC EVENTS : Thai Royal Visitors and Asean” เผยแพร่ พ.ศ. 2555 โดยได้คัดเลือกเอกสารจดหมายเหตุทั้งเอกสารลายลักษณ์ และเอกสารโสตทัศนจดหมายเหตุ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับอาเซียน ซึ่งเป็นเอกสารจดหมายเหตุ ที่รวบรวมและเก็บรักษาไว้ในสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติและได้นำมาจัดนิทรรศการ เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นที่มีต่อกันในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านจดหมายเหตุของกลุ่มประเทศภูมิภาคนี้ต่อไป

            หลักฐานจากเอกสารจดหมายเหตุ สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย กับกลุ่มประเทศอาเซียน พระมหากษัตริย์ไทย ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ นับแต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจนถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ในปัจจุบัน ได้เสด็จพระราชดำเนินเยือน และทรงรับพระราชอาคันตุกะจากทุกประเทศในภูมิภาคนี้

            ในเล่มจะมีคำอธิบายความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศในอาเซียนแต่ละประเทศ เริ่มจาก

           1.  ความสัมพันธ์ไทย – สาธารณรัฐอินโดนีเซีย

            

           2.  ความสัมพันธ์ไทย – มาเลเซีย

 

            3.  ความสัมพันธ์ไทย – สาธารณรัฐสิงคโปร์

 

 

           4.  ความสัมพันธ์ไทย – ราชอาณาจักรกัมพูชา

  

           5.  ความสัมพันธ์ไทย – สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียตนาม

 

           6.  ความสัมพันธ์ไทย – สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

 

           7.  ความสัมพันธ์ไทย – สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

 

           8.  ความสัมพันธ์ไทย – บรูไนดารุสซาลาม

 

           9.  ความสัมพันธ์ไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว

 

          แต่ละประเทศจะมีคำอธิบายและภาพประกอบที่แสดงถึงสัมพันธภาพระหว่างประเทศไทย กับประเทศต่างๆ คำอธิบาย มี 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ

หมายเหตุ :  จากการเสาวนางานจดหมายเหตุ เรื่อง 60 ปี หอจดหมายเหตุ อดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต”  วันที่ 9 สิงหาคม 2555 ณ ห้องประชุมสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์

สืบค้นข้อมูล
คลังเก็บ
หมวดหมู่
หัวข้อที่มีการอ่านมากสุด
2 CUL 3G Balanced Scorecard Boston Library Consortium California Digital Library Georgia Pines Hong Kong Central Library Hong Kong University of Science and Technology Library ISSN Lib 2.0 Lynn Scott Cochrane Nong Ping OhioLINK Pao Yue Kong Library The Hong Kong Polytechnic University Library University of Hong Kong Library WALAI AutoLib Web 2.0 กรุงเทพมหานคร การบริหารจัดการห้องสมุด การฝึกอบรม การพัฒนาสารสนเทศศาสตร์ การวัดผลงานเชิงดุลยภาพ การวิจัยสารสนเทศศาสตร์ การศึกษาสารสนเทศศาสตร์ การสื่อสาร การส่งเสริมการอ่าน จดหมายเหตุ จดหมายเหตุมหาวิทยาลัย จินดามณี นวัตกรรมห้องสมุด บุคลิกภาพ ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์ส ศึกษาดูงานห้องสมุดฮ่องกง ศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สารเมลามีน หมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง หอจดหมายเหตุ ห้องสมุดกับการวิจัย ห้องสมุดกับการศึกษา ห้องสมุดในฮ่องกง เครือข่ายความร่วมมือของห้องสมุด เทคโนโลยีการสื่อสาร เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร
จดหมายข่าว
บล็อกอื่นๆ
ผู้ดูแลระบบ