สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์
ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

1.  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับ เอกสารจดหมายเหตุ
                รองศาสตราจารย์วุฒิชัย  มูลศิลป์
                ดร. หม่อมราชวงศ์รุจยา  อาภากร

2.  สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับ คุณค่าของการเป็นข้าราชการไทย
                หม่อมหลวง ปนัดดา  ดิศกุล

พระราชประวัติ
                โอรสของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และจอมมารดาชุ่ม ประสูติ วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระนามเดิม คือ พระองค์เจ้าดิศวกุมาร
                พระองค์เจ้าดิศวกุมารฯ ทรงเริ่มเรียนภาษาไทย ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ

รับราชการ/ผลงาน
                หลังบวชเรียน พ.ศ. 2428 ทรงเริ่มรับราชการในกรมทหารมหาดเล็ก เป็นผู้บังคับการทหารมหาดเล็ก และว่าการกรมแผนที่
                พ.ศ. 2430 รัชกาลที่ 5 ทรงตั้งกรมศึกษาธิการ และให้กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ เป็นอธิบดีกรม
                ต่อมา ทรงได้รับตำแหน่งเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ 1 เมษายน 2435 จนถึง พ.ศ.  2458 ทรงปรับเปลี่ยนการปกครองของเจ้าเมืองในหัวเมืองจาก “กินเมือง หรือ เหมาเมือง” เป็น “บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข” หรือ “บำบัดทุกข์บำรุงสุข”
                พ.ศ. 2442 รัชกาลที่ 5 โปรดเลื่อนเป็น กรมหลวงดำรงราชานุภาพ ขณะนั้นทรงพระชนมายุ 37 ปี
                กระทรวงมหาดไทย ที่ทรงดูแลเป็นกระทรวงใหญ่ มีผลงานที่ประสบความสำเร็จยิ่ง ของกรมหลวงดำรงราชานุภาพ พ.ศ. 2454 รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้เลื่อนเป็น กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
                ทรงลาออกจากตำแหน่ง เสนาบดี กระทรวงมหาดไทย เมื่อ พ.ศ. 2458 รวมเวลา 23 ปี ที่ท่านดำรงตำแหน่ง ที่เกี่ยวข้องงานหอจดหมายเหตุ ท่านทรงรวบรวมเอกสารประวัติศาสตร์ไทย ในภาษาอื่นมา และพิมพ์ในนามหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร
                พ.ศ. 2466 รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นเสนาบดี มุรธาธร แต่ยังทรงรับผิดชอบ หอพระสมุดวชิรญาณ
                ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ต่อมา ทรงโปรดให้กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นอภิรัฐมนตรี ขณะนั้นมีพระชนมายุได้ 63 ปี ปีถัดมา (2469) โปรดให้เป็น นายกราชบัณฑิตยสภา
                หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จไปประทับที่ปีนัง ที่บ้าน ซินนามอนฮอล จน พ.ศ. 2485 เสด็จกลับระหว่างนี้ ทรงมีลายพระหัตถ์ ความรู้ต่าง ๆ กับ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ รวม 578 ฉบับ นี่คือที่มาของ “สาส์นสมเด็จ” วรรณกรรมที่สำคัญยิ่งของไทย
                1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 สิ้นพระชนม์

คติธรรมของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
                1.  เรื่องปีใหม่
                2.  เรื่องการติชม
                3.  เรื่องวาสนา
                4.  เรื่องความรับผิดชอบ
                5.  เรื่องเพื่อน
                6.  เรื่องกฎหมาย
                7.  เรื่องผู้รับงานใหม่
                8.  เรื่องชีวิตชาติ
                9.  เรื่องระเบียบเยาวชน
                10. เรื่องเด็กดีของฉัน
                11. เรื่องเด็ก
                12. เรื่องเรียนรู้ประวัติศาสตร์
                13. เรื่องคุณค่าชีวิต
                14. เรื่องอารมณ์
                15. เรื่องเอกลักษณ์ของไทย
                16. เรื่องพูด
                17. เรื่องเวลา
                18. เรื่องคนสมุทรสาคร
                19. เรื่องเมืองปทุม
                20. เรื่องรัฐธรรมนูญ
                21. เรื่องข้าราชการ
                22. เรื่องความสุขของพ่อ

หลักเกียรติศักดิ์ที่ยั่งยืน
                1.  วิสัยทัศน์ข้าราชการ คือ พันธกิจต่อความมั่นคงรู้เรื่องของบ้านเมือง
                2.  เกียรติศักดิ์ คือ เป้าหมายของข้าราชการ
                3.  ข้าราชการมิใช่อภิสิทธิ์ชน หากแต่จะต้องบำเพ็ญตน ให้เป็นแบบอย่างของคนดีแก่สังคม

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
               องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย องค์ปฐมผู้บัญชาการทหารบก อธิบดีกรมศึกษาธิการ องค์ผู้อำนวยการก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนนายร้อยทหารบก โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อภิรัฐมนตรี นายกราชบัณฑิตยสภา และองค์การยูเนสโก ได้ถวายสดุดี ให้ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่เป็น “บุคคลสำคัญของโลก”

หมายเหตุ :  จากการเสาวนางานจดหมายเหตุ เรื่อง 60 ปี หอจดหมายเหตุ อดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต”  วันที่ 9 สิงหาคม 2555 ณ ห้องประชุมสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์

การแนะนำรายชื่อพร้อมบรรณานิทัศน์หนังสือรางวัลซีไรต์บนเว็บไซต์

งานวิเคราะห์หนังสือ เอกสาร และสิ่งพิมพ์  แผนกทรัพยากรสารสนเทศ
ร่วมกับแผนกเทคโนโลยีห้องสมุด
 

รายชื่อหนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรต์
(S.E.A. Write Awards)

          ซีไรต์ ทับศัพท์มาจากคำว่า  S.E.A. Write ซึ่งย่อมาจาก  SouthEast Asian Writers Awards  หมายถึง  รางวัลวรรณกรรมที่มอบให้แก่นักเขียน 10ประเทศอาเซียน ได้แก่  บรูไน  กัมพูชา  อินโดนีเซีย  ลาว  มาเลเซีย  พม่าฟิลิปปินส์  สิงคโปร์  ไทย และเวียดนาม ชื่อเต็มในภาษาไทย คือ “รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน”  แต่มักจะเรียกย่อๆว่า รางวัลซีไรต์ อันเป็นชื่อซึ่งรู้จักกันทั่วไปในวงการประพันธ์ของประเทศไทย 

รางวัลซีไรต์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 – 2554

ปีที่ได้รับรางวัล 2554   

รส  จ133ด
จเด็จ  กำจรเดช. (2554). แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ. กรุงเทพฯ : Pajonphai, 403 หน้า. 

บรรณานิทัศน์ : “แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ”  เป็นรวมเรื่องสั้น 12  เรื่อง ที่ทำให้เรามองสิ่งต่างๆ รอบตัวด้วยดวงตาที่เปลี่ยนไป เรื่องสั้นเหล่านี้แม้จะดูหนักหน่วงมีมติที่ซับซ้อน มีมุมมองที่แปลกต่าง หากแต่มีความหมายอันน่าพินิจ นักเขียนเน้นเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิงอย่างซ่อนเงื่อน ซ่อนปม กำกับบาทบาทความคิดอย่างมีศิลปะ ในการเรียงร้อยและจัดวางจังหวะถ้อยคำและข้อความ เรื่องราวที่มีลีลาเชิงอุปลักษณ์ ประชด ประชัน ยั่วล้อ การละเล่นกับความแปลกประหลาด ความชำรุดของสังคมและปรัชญาที่แฝงอยู่ ลงไปถึงรายละเอียดของอารมณ์มนุษย์ ภายหลังเผชิญความโศกเศร้าและหายนะ เผชิญชะตากรรมที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ เนื้อหาแต่ละเรื่อง เรียกอารมณ์ และวิธีการมองโลก กระตุ้นให้คิดตามและคิดต่อ 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2553   895.911  ซ119ม
ซะการีย์ยา  อมตยา. (2553). ไม่มีหญิงสาวในบทกวี. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : 1001 ราตรี, 93 หน้า.     

  

 บรรณานิทัศน์ : เป็นกวีนิพนธ์ ที่นำเสนอแนวความคิดเพื่อการดำรงอยู่และการดำเนินชีวิตอย่างสันติสุขที่ผสมผสาน วรรณศิลป์ ปรัชญา และศิลปะเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ประกอบด้วยเนื้อหาหลากหลายมิติ ตั้งแต่ปัจเจกบุคคล จนถึงระดับสังคม ไม่ผูกติดกับยุคสมัย ไม่มีพรมแดน ข้ามมิติเวลา และมิติพื้นที่ มีความลุ่มลึก กระตุ้นให้เกิดจินตนาการ ขบคิดและคิดต่อ โดยแต่งด้วยกลอนเปล่า ซึ่งเป็นคำประพันธ์ที่ไร้ฉันทลักษณ์ เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน สร้างจินตนาการให้ผู้อ่านเกิดภาพ ในขณที่กำลังอ่านบทกวี 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2552    นว  อ824ล
อุทิศ  เหมะมูล. (2552). ลับแลแก่งคอย. กรุงเทพฯ : แพรว, 444 หน้า.       

 บรรณานิทัศน์ : “ลับแล แก่งคอย”  เป็นนวนิยายที่กล่าวถึงเรื่องราวที่มีมิติอันซับซ้อนในตัวตนของลับแล วงศ์จูเจือ เด็กหนุ่ม วัยคะนอง  ซึ่งมีพฤติกรรมต่อต้านพ่อเลี้ยงของตนเอง อีกทั้งยังมีพฤติกรรมแปลกประหลาด ลับแลจึงถูกนำตัวไปรักษายังวัดป่าแห่งหนึ่ง ลับแลอยู่ในความดูแลของท่านเจ้าอาวาส ซึ่งเจ้าอาวาสมักจะให้ลับแลระบายความในใจและบอกเล่าประวัติความเป็นมาของตนเอง และครอบครัวตลอดหลังทำวัตรเย็นในทุกๆ วัน ซึ่งเป็นบทสรุปและจุดหักเหของเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้น นิยายเล่มนี้ การสื่อสารผ่านตัวอักษรของเนื้อเรื่อง  ทำให้ผู้อ่านเข้าถึงแก่นแท้ของตัวละคร ราวกับว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริง อาจเป็นเพราะ ผู้ประพันธ์พื้นเพเดิมเป็นคนแก่งคอย ทำให้บรรยายรากเหง้า ชาติพันธุ์ลักษณะภายในชุมชน สังคม ความเชื่อ เรื่องเล่า คำสอนทางศาสนา และวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น จากยุคอดีตและปัจจุบันบางส่วน  รวมถึงวัตรปฏิบัติของสงฆ์ได้อย่างถึงแก่นแท้ยิ่งนัก 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2551      รส  ว382ร
วัชระ  สัจจะสารสิน. (2551). เราหลงลืมอะไรบางอย่าง. กรุงเทพฯ : นาคร, 238 หน้า.    

  

 บรรณานิทัศน์ : เราหลงลืมอะไรบางอย่าง เป็นรวมเรื่องสั้นสิบสองเรื่องที่กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมและความเป็นไปของเหตุการณ์บ้านเมืองที่ทันสมัยในเชิงให้รายละเอียด นักเขียนเน้นความเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกของผู้คนทั้งในสังคมชนบทและสังคมเมือง ที่ถูกกลายกลืนดวยความเจริญของสังคมเมือง จากความละเมียดละไม ไปสู่ความหยาบกระด้างและในที่สุดความรู้สึกแบบสังคมเมืองก็ครอบคลุมสภาพจิตใจของชนบทไว้ได้อย่างสิ้นเชิง นักเขียนยังเลือกที่จะท้าทายอำนาจรัฐ ด้วยการตั้งคำถามบางประการผ่านตัวละครวิกลจริต นำเสนอภาพเมืองที่สกปรกเต็มไปด้วยสารพันปัญหา รวมทั้งมลพิษและอาหารขยะด้วยเรื่องเล่าของคนเก็บขยะ กล่าวได้ว่ารวมเรื่องสั้นชุดนี้โดดเด่นด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องในแบบเฉพาะตน คือตั้งคำถามกับปัญหาในลักษณะที่เป็นปัญญาชน นำเสนอสัญญะในเชิงเปรียบเทียบเว้นจากการสรุปหรือแนะทางออกด้วยการเปิดปลายให้ผู้อ่านขบคิดต่อคำถามเหล่านั้นเอาเอง 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2550     895.911  ม152ล
มนตรี  ศรียงค์. (2551). โลกในดวงตาข้าพเจ้า. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ : สามัญชน, 142 หน้า.   

  

 บรรณานิทัศน์ : โลกในดวงตาข้าพเจ้า ของมนตรี ศรียงค์ เป็นบันทึกภาพความเคลื่อนไหวในชุมชนเล็กๆ ผ่านดวงตาพิเศษของกวี ด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่โดดเด่น ผสมผสานกับการย้อนรำลึกเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คนที่ผ่านมาในชีวิต สามารถทำให้เรื่องที่เป็นรูปธรรมเหล่านั้น โยงไปสู่ภาพสังคมโดยรวมได้ โดยถ่ายทอดไว้ในบทกวี ที่สรรหาคำ และการเรียบเรียงลำดับภาพความคิดด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2549    นว  ง337ค
งามพรรณ  เวชาชีวะ. (2549). ความสุขของกะทิ. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ :แพรว, 118 หน้า.

  

บรรณานิทัศน์ : เป็นนวนิยายขนาดสั้น เล่าเรื่องราวของกะทิ เด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่อยู่ในสังคมแบบชนบทที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและสงบสุข ซึ่งเป็นชีวิตอย่างที่ผู้คนจำนวนมากในเมืองต่างก็โหยหา แต่กะทิต้องผ่านประสบการณ์การสูญเสียครั้งสำคัญที่สุด เมื่อแม่ต้องจากไปก่อนวัยอันควรกะทิ ได้ผ่านขั้นตอนความสุขและทุกข์ ความผูกพันและการพลัดพราก ความสมหวังและการสูญเสียถึงกระนั้น กะทิได้เรียนรู้ว่าความทุกข์จากการสูญเสีย ไม่อาจพรากความสุขจากความรักและความผูกพัน ของแม่กับเธอได้ เด็กน้อยเติบโตขึ้นจากประสบการณ์นี้ด้วยความเชื่อมั่นและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไปจากบุคคลใกล้ชิด ผู้ที่เธอรักและรักเธอ ความสุขของกะทิ เป็นนวนิยายที่สื่อแนวคิดซึ่งเป็นที่เข้าใจได้สำหรับผู้อ่านที่หลากหลายไม่ว่าอยู่ในวัยและวัฒนธรรมใด โดยสอดแทรกความเข้าใจชีวิตของตัวละครที่ได้เรียนรู้ไปตามประสบการณ์ ความสะเทือนอารมณ์จะค่อยๆ พัฒนาดิ่งลึกในห้องนึกคิดของผู้อ่าน นำพาให้ผู้อ่านอิ่มเอมกับรสแห่งความโศกอันเกษมที่ได้สัมผัสประสบการณ์ของชีวิตเล็กๆ ของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง  

ปีที่ได้รับรางวัล | 2548    รส  บ331จ
บินหลา  สันกาลาคีรี. (2548). เจ้าหงิญ. กรุงเทพฯ : มติชน, 127 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : “เจ้าหงิญ”เป็นรวมเรื่องสั้น 8 เรื่องอาจอ่านแยกกันเป็นเรื่องๆ แต่ด้วยการเรียงร้อยเข้าด้วยกัน ทำให้เรื่องสั้นแต่ละเรื่องกลายเป็นเรื่องสั้นในเรื่องยาว เป็นนิทานซ้อนนิทานที่เรื่องต้นกับเรื่องท้ายมาบรรจบกันอย่างแนบเนียน ผู้ประพันธ์สร้างตัวละครหลากหลาย ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ แบบนิทานเปรียบเทียบที่อุดมด้วยสีสันรวมทั้งการเล่นคำ โดยเฉพาะชื่อ “เจ้าหงิญ”ที่สื่อความหลายนับ และอารมณ์ขัน มีลีลาภาษาที่รุ่มรวยด้วยโวหาร เร้าจินตนาการและความคิด

ปีที่ได้รับรางวัล | 2547 895.911 ร769ม
เรวัตร์  พันธุ์พิพัฒน์. (2547). แม่น้ำรำลึก. กรุงเทพฯ : รูปจันทร์, 107 หน้า.

 
บรรณานิทัศน์ : เป็นกวีนิพนธ์ที่นำเสนอภาพชีวิตของการย้อนความคิดของชายชรา กลับไปสู่ชีวิตช่วงในวัยเยาว์ โดยรำลึกย้อนผ่านสถานที่ ผู้คน เหตุการณ์และสรรพสิ่งรอบตัวให้ภาพที่สร้างขึ้นจากจินตนาการและประสบการณ์ เป็นบทกวีเล่าถึงเรื่องราวของความฝัน ความจริง ความสุข ความขัดแย้งที่กลมกลืนกัน มีเอกภาพ มีภาพชีวิตในวัยเยาว์เป็นปฐมบท และสรุปปิดฉาก ในปัจฉิมบท ซึ่งเป็นภาพของชายชราบนเก้าอี้โยกริมระเบียงที่บ้านชายน้ำในเวลาพลบค่ำ
ปีที่ได้รับรางวัล | 2546 นว ด937ช
เดือนวาด  พิมวนา. (2546). ช่างสำราญ. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : สามัญชน, 231 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : เป็นนวนิยายแสดงภาพชีวิตของเด็กบ้านแตกคือเด็กชายกำพล ช่างสำราญ ที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ในชุมชนห้องแถวคุณแม่ทองจันทร์ เพราะแม่มีชู้ พ่อหอบน้องเงียบหายไป กำพลต้องกลายเป็นเด็กจรจัด เข้าบ้านโน้นออกบ้านนี้ มีผู้ปกครองหลายคน ดังนั้นเนื้อหาของเรื่องส่วนหนึ่งจึงเป็นเรื่องของชาวบ้านที่ชอบยุ่งเรื่องของเพื่อนบ้าน แต่ความเป็นจริงแล้ว ลักษณะนี้เป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยแม้จะเป็นการยุ่งสอดรู้สอดเห็น แต่ก็แฝงไปด้วยความเอื้ออาทรที่มีต่อเด็กชายคนนี้ 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2545    รส ป448ค
ปราบดา  หยุ่น. (2545). ความน่าจะเป็น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : สุดสัปดาห์, 201 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : “ความน่าจะเป็น”เป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องสั้นของปราบดา หยุ่น ถือเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง จำนวนไม่กี่คนที่มองโลกในมุมกลับ เขาใช้เวลาในช่วงที่เว้นวรรคจากการทำงานด้านศิลปะ มาคิดประดิดประดอยตัวหนังสือ เขียนภาพผู้คนและสังคมในจินตนาการออกมาด้วยสำนวนภาษาลุ่มลึก หากกวนอารมณ แสบๆ คันๆ  คล้ายโดนตัว “คุ่น”กัด ปราบดา เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่กล้ายิงคำถามพร้อมตั้งคำถามไว้มากมายที่คนทั่วไป ไม่เคยถามแต่ละคำถามเป็นคำถามที่ผู้คนไม่เคยคิดที่จะตอบ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนช่างคิด คิดในมุมมองที่แตกต่างไปจากคนอื่น จนทำให้รู้สึกว่าทุกคำถาม จากแง่คิดของเขาล้วนมี “ความน่าจะเป็น”ทั้งสิ้น “ปราบดา หยุ่น”เป็นคนที่ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ เหมือน 1 ในจำนวน 13 เรื่องสั้น ทั้ง 13 เรื่องนี้ ที่เขาเขียนไว้ว่า “อย่าเชื่อคำที่ออกมาจากปากคนอื่นจนเกินไปนัก เพราะมันไม่ตรงกับความเป็นจริง” 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2544    นว  ช826บ
โชคชัย  บัณฑิต. (2547). บ้านเก่า. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : รูปจันทร์, 119 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : บ้านเก่า เป็นหนังสือที่รวมบทกวีนิพนธ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนในชนบทที่กำลังเปลี่ยนไปพร้อมกระแสบริโภคนิยมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความแตกต่างระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบท รวมถึงคุณค่าทางจิตใจและคุณค่าทางวัตถุ ที่กำลังเป็นปัญหาหลักที่สำคัญ โดยผ่านทางบทกวีที่สะท้อนสภาพสังคม และการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งผู้แต่งได้พบเห็นมาโดยเปรียบเสมือนภาพบ้านหลังเก่าๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไปเนื่องจากกระแสบริโภคนิยมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่ ซึ่งผู้แต่งได้สื่อสภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคมผ่านบทกวีได้อย่างชัดเจน

ปีที่ได้รับรางวัล | 2543    นว ว663อ
วิมล  ไทรนิ่มนวล. (2548). อมตะ. พิมพ์ครั้งที่ 5. ปทุมธานี : สยามประเทศ, 222 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : อมตะ เป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์ที่สมมุติเรื่องในอนาคต โดยแบ่งตัวละครเป็น 2 ฝ่าย 2 ทัศนะ ตัวละครฝ่ายหนึ่งเชื่อมั่นในหลักปรัชญาแห่งวิทยาศาสตร์วัตถุนิยมว่าสามารถเป็นวิถีให้มนุษย์ไปสู่ความเป็นอมตะได้ด้วยวิธี “โคลนนิ่ง”ส่วนตัวละครอีกฝ่ายหนึ่งเชื่อมั่นในหลักปรัชญาแห่งศาสนาตะวันออก ว่าจะเป็นวิถีนำพามนุษย์ไปสู่ความเป็นอมตะได้ด้วยวิธี “วิปัสสนา”โดยการนำเสนอเรื่องของนักธุรกิจที่อยากอยู่ได้อย่างอมตะ จึงทำ “โคลน”มนุษย์ไว้ เป็นอะไหล่ของเขาเอง เมื่อส่วนใดเสื่อมก็ผ่าตัดเปลี่ยนเอาใหม่จาก “โคลน”ของเขาเอง เป็นการผูกปมให้ชวนติดตามด้วยความใคร่รู้ ทั้งเนื้อเรื่องและประเด็นวิวาทะ และการใช้ปรัชญาพุทธศาสนาเหมือนกับจะฉุดรั้งความคิดของคนสมัยใหม่ ที่ใช้ชีวิตในโลกยุคที่ยึดมั่นถือมั่นแต่วัตถุ เพราะความทันสมัยของเทคโนโลยี ให้กลับมาคำนึงถึง เรื่อง “ชีวิตจิตใจ”ซึ่งเป็นหัวใจของตัวตนมนุษย์

ปีที่ได้รับรางวัล | 2542    รส ว617ส
วินทร์  เลียววาริณ. (2542). สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : ดับเบิ้ลนายน์ พริ้นติ้ง, 334 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : รวมเรื่องสั้นที่ผู้เขียนเสนอแนวคิดเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับความเป็นคน ซึ่งมีพฤติกรรมแตกต่างกันไป อันเป็นผลจากปัจจัยภายในและภายนอกตามสภาวะธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางสังคม งานเขียนแบ่งเป็นสองส่วน คือ บทความและเรื่องสั้นที่นำเสนอเนื้อหาด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถสื่อเรื่องราวและความคิดที่ซับซ้อน ลึกซึ้งด้วยอรรถรสที่สร้างอารมณ์และความรู้สึกที่กระตุ้นให้ผู้อ่านได้ตระหนักถึงปัญหาและเข้าใจแง่มุมต่างๆ ของพฤติกรรมมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

ปีที่ได้รับรางวัล | 2541    895.911 ร913น
แรคำ  ประโดยคำ. (2541). ในเวลา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: รูปจันทร์, 125 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : เป็นกวีนิพนธ์ที่แสดงความคิดแหลมคมด้วยเนื้อหาหลากหลาย นำเสนอความคิดอันเป็นสากล เป็นอกาลิโก และมีสุนทรีย์รสแห่งวรรณศิลป์ แม้บทกวีกล่าวถึงสิ่งธรรมดาสามัญใกล้ตัว แต่ด้วยชั้นเชิงการประพันธ์และความละเอียดซับซ้อน  ทำให้ผู้อ่านตีความได้หลายนัย ในเวลา จึงเป็นบทกวีที่ชวนให้อ่านอย่างไตรตรอง ผู้อ่านสามารถเข้าใจ เข้าถึงและประจักษ์ในคุณได้ของสารที่ผู้เขียนนำเสนอ

ปีที่ได้รับรางวัล | 2540 นว  ว617ป
วินทร์  เลียววาริณ. (2537). ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้า,435 หน้า.
      

 บรรณานิทัศน์ : เป็นนวนิยายบันทึกเหตุการณ์จริงตามประวัติศาสตร์ในระหว่างเริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครอง พุทธศักราช 2475 จนถึงพุทธศักราช 2535 เสมือนกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพกงล้อการเมืองไทยในช่วงหกสิบปีที่ผ่านมา แนวคิดประชาธิปไตยที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละยุค ดุจดั่งเส้นตรงสองเส้นที่วิ่งขนานกัน ทำให้เกิดคำถามว่า จะมีบ้างไหมที่สักวันหนึ่งมันจะเบี่ยงตัวรวมเป็นเส้นเดียวกัน เพื่อความมั่นคงของประชาธิปไตยที่ชาวไทยทุกคนปรารถนา 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2539 รส  ก124ผ
กนกพงศ์  สงสมพันธุ์. (2539). แผ่นดินอื่น. ปทุมธานี : นาคร, 376 หน้า.
   

บรรณานิทัศน์ : เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นประกอบด้วยเรื่องสั้น 8 เรื่อง สะท้อนปัญหาของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว สังคม นำเสนอชีวิตหลากหลายด้วยแนวธรรมชาตินิยมสะท้อนความคิด ความเชื่อ คุณค่าและคตินิยมพื้นถิ่นอย่างลึกซึ้งและแหลมคม ชี้ให้เห็นว่าสังคมแม้ต่างวัฒนธรรม ต่างความเชื่อมนุษย์ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้โดยไมตรีสัมพันธ์ เป็นเรื่องสั้นที่มีคุณค่าทางวรรณศิลป์

ปีที่ได้รับรางวัล | 2538 895.911 พ994ม
ไพวรินทร์  ขาวงาม. (2538). ม้าก้านกล้วย. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : แพรว, 136 หน้า.
 

บรรณานิทัศน์ : เป็นกวีนิพนธ์ไทยร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นพลังชีวิตและจิตใจของคนชนบท ที่เข้ามาสู่เมือง เป็นความผูกพันของผู้เขียนที่ยังไม่ลืมถิ่นเก่าบ้านเกิด จึงเป็นสารถีขี่ม้าก้านกล้วยหนีโลกแห่งความแออัดแบบวิถีเมืองสู่โลกแห่งความงามธรรมชาติแบบวิถีชนบท

ปีที่ได้รับรางวัล | 2537    นว  ช516ว  
ชาติ  กอบจิตติ. (2537). เวลา. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: หอน, 232  หน้า.
 

บรรณานิทัศน์ : เป็นนวนิยายที่เสนอเรื่องราวและแนวคิดในการดำเนินชีวิตที่หลากหลาย โดยในเรื่องมีตัวละครซึ่งเป็นผู้กำกับการแสดง เข้าไปนั่งดูละครเวทีเรื่องหนึ่งที่ได้เชื่อว่าน่าเบื่อในรอบปี ซึ่งเน้นละครเวทีที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานสงเคราะห์คนชราในโรงพักฟื้น เป็นการดำเนินชีวิตของคนชราที่อาศัยอยู่ที่นั่น โดยมีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย มีเสียง “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรจริง”ดังจากห้องปริศนามาเป็นระยะเป็นปริศนาที่ให้ผู้อ่านคิดว่าห้องนั้นมีอะไร เรื่องราวดำเนินมาเรื่อยๆ จนมีตัวละครที่เป็นคนชราคนหนึ่งตาย ชื่อก็คือยายอยู่ ซึ่งแก่ตายอย่างสงบ ซึ่งการตายของแกเป็นการทำให้เรื่องราวเดินมาถึงจุดจบ เป็นการเฉลยห้องปริศนานั้น เมื่อเปิดห้องก็ไม่พบอะไรเลยกลับเป็นห้องว่างเปล่า ไม่มีเครื่องใช้ของใช้ที่ยืนยันว่าเคยมีคนอยู่เลย เป็นการจบเรื่องแบบให้ผู้ใด ได้คิดเองว่าห้องว่างเปล่านั้นคืออะไร

ปีที่ได้รับรางวัล | 2536   นว  ศ536ค
ศิลา โคมฉาย. (2536). ครอบครัวกลางถนน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 143 หน้า.
  

บรรณานิทัศน์ : เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นที่สะท้อนภาพชีวิตของคนชั้นกลางในเมืองหลวงที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนท่ามกลางความผันแปร ของสังคมปัจจุบัน การเผชิญปัญหาครอบครัว การเมืองและเศรษฐกิจ ในเล่มนี้มีเรื่องสั้น 13 เรื่อง ส่วนใหญ่แสดงภาพชีวิตและสังคมรอบตัวที่กระตุ้นให้ผู้อ่านสำนึกถึงบทบาทของตนในฐานะสมาชิกของสังคม รวมทั้งการนำปัญหาหลากหลายแง่มุมมาผูกร้อยเป็นเรื่องราว เช่น การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ความสัมพันธ์และความขัดแย้งของคนในครอบครัว ความเครียดที่ถูกสังคมบีบคั้นและเร่งรัด และความกดดันรุนแรงที่ไม่มีทางออก 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2535    นว  ศ332ม 
ศักดิ์สิริ  มีสมสืบ. (2535). มือนั้นสีขาว. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ย่ามหนังสือ, 80 หน้า.
 

บรรณานิทัศน์ : รวมบทกวีนิพนธ์ไทยสมัยใหม่ ที่สร้างสรรค์ทั้งความคิดและวิธีการนำเสนอ มุ่งแสดงอุดมคติอันเชิดชู คุณค่า ความบริสุทธิ์และความมีน้ำใจของมนุษย์ กวีถ่ายทอดความคิดเป็นรูปธรรมที่เข้าใจได้ง่าย ผ่านบุคคลและเหตุการณ์สมมติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิติจริงและสังคมจริง แสดงความแตกต่างระหว่างสภาวะอันบริสุทธิ์ไม่แสแสร้งของเด็กกับสภาวะของผู้ใหญ่ที่ถูกครอบงำด้วยกรอบของสังคมในแต่ละบทกวี เสนอแง่ความคิดอย่างประณีต

ปีที่ได้รับรางวัล | 2534    นว  ม495จ
มาลา  คำจันทร์. (2532). เจ้าจันท์ผมหอมนิราศพระธาตุอินทร์แขวน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : คณาธร, 109 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : เป็นนวนิยายที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าหญิงล้านนา ภาษาที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นภาษาถิ่น เพื่อให้เหมาะสมกับเนื้องเรื่อง และผู้เขียนได้บอกความหมายของคำเหล่านั้นไว้ด้วยเนื้อเรื่องกล่าวถึงเจ้าจันท์ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้เดินทางไปนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนพร้อมกับคู่หมั้นที่จะต้องแต่งงานกัน ระหว่างการเดินทางเจ้าจันท์ครวญถึงเจ้าหล้าอินทะ ซึ่งเป็นคู่รักด้วยความคิดถึง จุดประสงค์ของเจ้าจันท์ ในการเดินทางไปนมัสการพระธาตุอินท์แขวนในครั้งนี้ นอกจากจะเพื่อตัดผมหอมที่บำรุงรักษามาห้าปีถวายบูชาพระธาตุปีเกิดแล้ว ยังตั้งใจจะปูผมหอมลอดพระธาตุและตั้งจิตบนพระธาตุว่าหากผมหอมนี้ปูลอดพระธาตุได้ นางจะกลับไปหาคนรัก หากปูลอดพระธาตุไม่ได้นางจะแต่งกับพ่อเลี้ยงซึ่งเป็นคู่หมั้น สุดท้ายเมื่อผมลอดไม่ได้เจ้าจันท์จึงได้ปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุนั้น แล้วตัดสินใจแต่งงานกับชายที่ไม่ได้หมายปอง

ปีที่ได้รับรางวัล | 2533    รส  อ526อ
อัญชัน. (2536). อัญมณีแห่งชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : ภูผา, 239 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : หนังสือ “อัญมณีแห่งชีวิต”เป็นเรื่องสั้นชุดประกอบด้วยเรื่องสั้น 11 เรื่อง เนื้อเรื่องมีหลากหลาย เสนอปัญหาต่างๆ ของชีวิต ตั้งแต่ปัญหาชีวิตส่วนตัว ปัญหาครอบครัว สังคม จนถึงปัญหาที่กล่าวถึงวัฏจักรแห่งชีวิตอันเป็นสัจธรรมในการดำเนินชีวิต

ปีที่ได้รับรางวัล | 2532    895.911 จ517บ
จิระนันท์  พิตรปรีชา. (2532). ใบไม้ที่หายไป. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : อ่านไทย, 91 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : กวีนิพนธ์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเชิงบันทึกของชีวิตตอนหนึ่งของผู้ประพันธ์ระหว่าง พ.ศ. 2513-2529 ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาวัยรุ่นกลุ่มก้าวหน้ามีอุดมการณ์สูงสุด มีความใฝ่ฝัน มีปรัชญาชีวิต จวบจนกระทั่งได้ตระหนักถึงความจริงของชีวิตที่ว่าทุกชีวิตต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ดังเช่นชีวิตของผู้เป็นแม่นั้น ไม่เพียงกำหนดอนาคตของลูกเท่านั้น หากรวมทั้งชีวิตตนเองและผู้ใกล้ชิด

ปีที่ได้รับรางวัล | 2531    นว  น553ต
นิคม  รายยวา. (2528). ตลิ่งสูงซุงหนัก. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ต้นหมาก, 192 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : เป็นนวนิยายที่ให้ข้อคิดและความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของควาญช้างที่มีฐานะยากจน ชื่อคำงาย ซึ่งคำงายนั่นทำงานให้กับพ่อเลี้ยง โดยเป็นควาญช้างลากซุง และแกะสลักไม้ ตอนที่คำงายยังเด็ก อยู่กับพ่อของเขามีช้างเชือกหนึ่งชื่อว่า “พลายสุด”คำงายรักพลายสุดมาก ต่อมาด้วยความยากจนพ่อจึงจำเป็นต้องขายพลายสุดให้กับพ่อเลี้ยง คำงายจึงหวังเสมอว่าเมื่อโตขึ้นจะต้องซื้อพลายสุดคืนมาให้ได้ พอโตขึ้นคำงายมีภรรยาชื่อมะจัน และลูกชายชื่อ เอ และได้เข้าทำงานกับพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงให้คำงายทำงานเกี่ยวกับสตัฟฟ์ซากสัตว์ แต่คำงายขออนุญาตไปเป็นควาญช้างลากซุง ซึ่งคำงายมีความสุขที่ได้ทำงานกับพลายสุด ต่อมาพลายสุดได้โดนลักตัดงาทั้งสองข้างไป พ่อเลี้ยงได้เสนอให้คำงายแกะสลักช้างจากไม้ให้มีขนาดเท่ากับช้างของจริง เพื่อแลกกับการไถ่ตัวพลายสุด แต่ทั้งคำงายและพลายสุดได้มาจบชีวิตลงในขณะที่ทั้งคู่กำลังขนซุงขนาดใหญ่ พลายสุดได้พลาดตกจากตลิ่งสูง ทั้งคู่เสียชีวิตพร้อมกัน ผู้เขียนต้องการเน้นให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่มักแสวงหาความหมายและคุ่ณค่าของชีวิตและพบว่าทุกคนมีเกิดและตายอย่างละหนึ่งหน แต่สิ่งที่อยู่ระหว่างกลางนั้นเป็นชีวิต เราต้องแสวงหาเอาเอง

ปีที่ได้รับรางวัล | 2530 รส พ975ก
ไพฑูรย์  ธัญญา. (2533). ก่อกองทราย. พิมพ์ครั้งที่ 16. กรุงเทพฯ : นาคร, 175 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : รวมเรื่องสั้นทั้งหมด 12 เรื่อง เนื้อเรื่องมีลักษณะที่แสดงถึงชีวิตและธรรมชาติของมนุษย์ที่เป็นสากล แต่ก็มีสีสันของท้องถิ่นและความเป็นไทย ทั้งในด้านถ้อยคำและการใช้ฉากที่เป็นท้องเรื่องมีความหลากหลาย แสดงปัญหาและแง่มุมต่างๆ ของชีวิตความคิดความเชื่อของคนในชนบท และบางเรื่องก็แสดงถึงสัจธรรมของชีวิตโดยแท้

ปีที่ได้รับรางวัล | 2529    895.91 อ493ป
อังคาร กัลยณพงศ์. (2529). ปณิธานกวี. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : กะรัต, 126 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : กวีนิพนธ์เล่มนี้จะพาให้คุณได้สัมผัสกับความงามทางการประพันธ์ บทประพันธ์ทุกบทสะท้อนชีวิต วิญญาณ คติชีวิต ปรัชญา และสัจธรรม ที่ชี้ให้เห็นถึงการยึดหลักทางพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องนำทางชีวิต การรู้แจ้งในความจริง การปล่อยวาง และการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว โดยที่ผู้เขียนได้นำแนวคิดเหล่านี้มาสอดแทรกร้อยเรียงเป็นบทกวี ที่ให้ผู้อ่านได้ซึมซับอย่างแยบยล

ปีที่ได้รับรางวัล | 2528    นว  ส739ป
กฤษณา  อโศกสิน. (2525). ปูนปิดทอง. กรุงเทพฯ : บำรุงสาส์น, 2 เล่ม.

บรรณานิทัศน์ : “ปูนปิดทอง”เป็นนวนิยายสะท้อนปัญหาครอบครัวในสังคมไทย ซึ่งตัวละครเอกคือ สองเมืองและบาลี ทั้งสองคนเกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้าง เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ บาลีศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในวัยเด็กและชักจูงให้สองเมืองลืมความขมขื่นในใจที่ผ่านมาและมาเริ่มต้นชีวิตกันใหม่ สองเมืองรักบาลีและมั่นใจว่าชีวิตคู่ของเขาและเธอจะไม่เป็นอย่างพ่อกับแม่ของพวกเขา  พวกเขาจะเป็นพ่อแม่ที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดี ไม่ใช่เป็นเพียงรูปหล่อปูนที่ปิดด้วยทอง ซึ่งไม่มีค่าอะไร

ปีที่ได้รับรางวัล | 2527    รส ว457ซ
วาณิช  จรุงกิจอนันต์. (2527). ซอยเดียวกัน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : อู่พิมพ์เพกา, 272 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : รวมเรื่องสั้น “ซอยเดียวกัน”เป็นผลงานที่ผู้เขียนคัดสรรมา จำนวน 15 เรื่อง และบทกวีนิพนธ์ 1 ชุด มีจำนวน 5 เรื่องย่อย เรื่องสั้นที่รวมอยู่ในซอยเดียวกันนี้ มีเนื้อหาสะท้อนชีวิตในสังคมได้อย่างโดดเด่น นอกจากเรื่อง “ภาพเขียนที่หายไป”ซึ่งผู้เขียน เขียนในปี 2514 และ “นิธิแกนเทสต์”ซึ่งเขียนในปี 2517 แล้ว นอกนั้นเป็นเรื่องที่เขียนระหว่างปี 2521-2526 และบทกวีชุดคืนรัง เป็นบทกวีที่เขียนลงพิมพ์ในหนังสือหลายฉบับ และหนังสือที่ตั้งว่า “ซอยเดียวกัน”นั้นมาจากชื่อเต็มว่า “บ้านเราอยู่ในนี้ ซอยเดียวกัน”เรื่องสั้นเกือบทุกเรื่องที่นำมารวมไว้นี้ เป็นที่กล่าวถึงและวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ทั้งแง่ดีและไม่ดี 

ปีที่ได้รับรางวัล | 2526    895.911 ค147น
คมทวน  คันธนู. (2526). นาฏกรรมบนลานกว้าง. กรุงเทพฯ : ดอกหญ้า, 99 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : เป็นกวีนิพนธ์ที่โดดเด่นด้วยความหลากหลายของฉันทลักษณ์และทำนองเสียงที่แตกต่างจากบทกวีร่วมสมัย เขียนเป็นกลอนแปดและแทรกร่วมกับฉันทลักษณ์อื่น นอกจากนี้ยังประกอบด้วยโคลงสาร สารโศลก เพลงขอทาน เพลงช้าเจ้าหงส์ เพลงโคราช เป็นเรื่องร่วมสมัยที่ย้อนยุกต์ประวัติศาสตร์มาพรรณาบ้าง เนื้อหาของบทกวีคือการประณามชนชั้นสูง ผู้มีอำนาจในสังคมโดยโยงภาพความทุกข์ทรมานและความแค้นของคนยากจนผู้ด้อยโอกาสกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม และ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เข้ามาเปรียบเทียบเชิงอุปมา

ปีที่ได้รับรางวัล | 2525   นว  ช516ค
ชาติ  กอบจิตติ. (2525). คำพิพากษา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : ต้นหมาก, 279 หน้า.

บรรณานิทัศน์ : เป็นนวนิยายเสนอเรื่องราวแนวคิดของคนมีฐานะเป็นปัจเจกชนที่มักตกเป็นเหยื่อของความเชื่อและคำพิพากษาของสังคม ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม ส่งผลให้บุคคลนั้นต้องอ้างว้าง โดดเดี่ยว ทุกข์ทรมาน ทั้งร่างกายและจิตใจ ผู้เขียนได้สร้างเรื่องราวโดยใช้สังคมชนบทไทยเป็นฉาก มีตัวละครชื่อฟักเป็นตัวเอกของการดำเนินชีวิต ปัญหารุมเร้าฟักมากมายจนดิ้นไม่หลุด เขาพยายามต่อสู้เมื่อไม่มีทางออก จึงหนีจากโลกของความเป็นจริงสร้างโลกใหม่ที่เขาหลงคิดว่าเป็นหนทางออกไปสู่อิสรภาพ ท้ายสุดเขาได้รับอิสรภาพที่แท้จริงนั่นคือ ความตาย

ปีที่ได้รับรางวัล | 2524   รส  อ579ข
อัศศิริ  ธรรมโชติ. (2530). ขุนทองเจ้าจะกลับมาเมื่อฟ้าสาง. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ก.ไก่, 189 หน้า.
 

บรรณานิทัศน์ : เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นทั้งหมด 13 เรื่อง ผู้เขียนได้รับแรงกระตุ้นจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ.2519 เป็นช่วงที่มีการประกาศเรียกร้องให้ผู้ที่หลบหนีเข้าป่ากลับมารายงานตัว เน้นให้คนสำนึกในเรื่องของภูมิหลังทางประวัติศาสตรและสังคม เนื้อหาส่วนใหญ่มีแนวทางวรรณกรรมเพื่อชีวิต ความกดดันและความขัดแย้งทางการเมือง  

ปีที่ได้รับรางวัล | 2523 808.81 น836พ
เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์. (2523). เพียงความเคลื่อนไหว. กรุงเทพฯ : ก.ไก่, 96 หน้า.
   

บรรณานิทัศน์ : เป็นกวีนิพนธ์รวมบทร้อยกรองที่ตีพิมพ์ในวารสารและหนังสือพิมพ์ในช่วงปีพ.ศ. 2516 เนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 256 ซึ่งเป็นขบวนการนักศึกษาประชาชนได้เรียกร้องรัฐธรรมนูญและขยายตัวเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมด้านต่างๆ ของสังคมเป็นบทกวีที่อ่านเข้าใจง่าย การใช้ถ้อยคำเร่งเร้าให้ตื่นตัวและเกิดความเคลื่อนไหวทางความคิด บางเรื่องเล่าชีวิตชนบท บางเรื่องว่าด้วยสงคราม บางเรื่องแสดงออกถึงอารมณ์ แนวคิด และทัศนคติต่อสังคม

ปีที่ได้รับรางวัล | 2522    นว ค371ล
คำพูน  บุญทวี. (2523). ลูกอีสาน. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ, 290 หน้า.  

บรรณานิทัศน์ : เป็นนวนิยายที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวอีสานเล่าเรื่องราวขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อของชาวอีสาน โดยผ่านเด็กชายคูน รวมไปถึงสภาพความเป็นไปตามธรรมชาติของผู้คนและสภาพแวดล้อมและแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวอีสานว่าต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างไร การเรียนรู้ที่จะอดทนเพื่อเอาชนะกับความยากแค้นตามธรรมชาติด้วยความมานะบากบั่น ความเคารพในระบบอาวุโส และความเอื้ออารีที่มีให้กันในหมู่คณะของชาวอีสาน

หมายเหตุ   หนังสือที่ได้รับรางวัลซีไรต์
              http://www.dpu.ac.th/laic/page.php?id=8191

โครงการพัฒนาบุคลากรงานบริการห้องสมุดและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุด

โดย
ประนมกรต์  บุญพอ
สุภาพ  ซ่อนกลิ่น

 

          สรุปการเข้าร่วมฟังการบรรยายโครงการพัฒนาบุคลากรงานบริการห้องสมุดและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุด 
         1. เรื่อง การเรียนรู้ของบุคลากรห้องสมุด
         2. เรื่อง กลยุทธ์การสื่อสารกับงานห้องสมุด
         3. เรื่อง บุคลิกภาพกับการให้บริการห้องสมุด
 

         วันที่ 1-2 พฤษภาคม 2555 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องประชุม ดร.สมศักดิ์ – และคุณหญิงปัทมา  ลีสวัสดิตระกูล  ชั้น 2 อาคารสยามบรมราชกุมารี  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  ผู้เข้าร่วมฟังการบรรยาย คือ นายประนมกรต์  บุญพอ บรรณารักษ์แผนกบริการสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง  และนางสาวสุภาพ  ซ่อนกลิ่น บรรณารักษ์แผนกสื่อโสตทัศน์  

ดูเอกสารฉบับเต็มได้ที่นี่  Personal Development2may2012
 

เครื่องพิมพ์ทอง

งานซ่อมอนุรักษ์หนังสือและสิ่งพิมพ์ 
แผนกทรัพยากรสารสนเทศ 
ศูนย์สนเทศแลหอสมุด

          การเข้าปกเย็บเล่มในปัจจุบันได้นำนวัตกรรมใหม่มาใช้ในประเทศไทย แทนการเดินทองที่ใช้แม่พิมพ์เป็นตะกั่ว   ในการทำปก วิทยานิพนธ์ งานวิจัย  และรายงานต่างๆ                                      

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องเดินทองที่ใช้แม่พิมพ์เป็นตัวตะกั่ว                       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องพิมพ์ทองที่ใช้เลเซอร์ ; นวัตกรรมใหม่

          บุคลากรงานซ่อม อนุรักษ์หนังสือและสิ่งพิมพ์ ประกอบด้วย นางไพจิตร เกิดอยู่ หัวหน้าแผนกทรัพยากรสารสนเทศ นายปรัชญา แก้วมาก หัวหน้างานซ่อมอนุรักษ์หนังสือและสิ่งพิมพ์ นายธีระพล เงินนาค นายสัมพันธ์ สมบุญเพ็ญ และนายประกอบ ดาราตระกูล ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน การนำนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการเดินทอง นอกสถานที่ 2 แห่ง คือ  สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในวันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2555  ที่ได้นำเทคนิควิธีการใหม่ ๆ มาใช้ ในการเข้าเล่มทำปก  และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญญะภัณฑ์ มาร์เก็ตติ้ง ในวันพุธที่ 18 กรกฎาคม 2555 ซึ่งเป็นตัวแทนนำเครื่องพิมพ์ปกเข้าจากต่างประเทศ ในการศึกษาดูงานครั้งนี้มีสาเหตุมาจาก ห้างร้าน ร้านค้า ต่างๆ ยกเลิกการผลิตตัวตะกั่วที่เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ในการเดินทอง เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทำให้บุคลากรงานซ่อม อนุรักษ์หนังสือและสิ่งพิมพ์ ต้องศึกษาวิธีการดำเนินการการเข้าปกเย็บเล่มใหม่ ๆ โดยใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรองรับวิธีการทดแทนการใช้ตัวตะกั่วเป็นแม่พิมพ์

          วันพุธที่ 18 กรกฎาคม 2555 ได้เดินทางไป ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุญญะภัณฑ์ มาร์เก็ตติ้ง  ถนนบางนา-ตราด 13 ได้รับการต้อนรับจากคุณ พรนิภา ชาญชัยดำรง (คุณหลิน)  ได้แนะนำและสาธิต เครื่องพิมพ์ทอง BBL-330A  (Gold Printer BBL-330A)   ภาพประกอบ

 

 

 

 

 

 

 

  

       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                                                                                                                                                           

คุณลักษณะเครื่องพิมพ์ทอง  Gold Printer BBL-330A
          1.   ขนาดเครื่อง 100*45*35 ซม.    น้ำหนัก 50  กก.          
          2.   มีการเชื่อมต่อการพิมพ์เครือข่าย LAN / SD card/ USB
          3.   ใช้ร่วมกับซอฟท์แวร์   ที่ใช้ใน Windows เช่น Artcut, Office Word,  Coreldraw
          4.   วัสดุที่ใช้รองรับได้ กระดาษ  หนังเทียม  PVC  สติกเกอร์ พลาสติก
          5.   การพิมพ์ใช้หัวพิมพ์เลเซอร์

ข้อสังเกต  เครื่องพิมพ์ใช้เลเซอร์ กับ การเดินทองใช้แม่พิมพ์ตะกั่ว   
          1.  แผ่นฟรอยด์ ใช้ประเภทที่แตกต่างกัน ราคาใกล้เคียงกัน
          2.  เครื่องพิมพ์ทอง  Gold Printer BBL-330A ใช้หัวพิมพ์เลเซอร์     
          3.  ระยะเวลาการดำเนินการต่อเล่ม   
                3.1 เครื่องพิมพ์ทอง  Gold Printer BBL-330A ใช้เวลา  5 นาที
                3.2 เครื่องเดินทองแม่พิมพ์ตะกั่ว   ใช้เวลาประมาณ 1.20  ชม.
          4.  ลักษณะการใช้ตัวอักษร 
               4.1 เครื่องพิมพ์ทอง  Gold Printer BBL-330A เลือกตัวอักษรได้หลากหลาย
               4.2 เครื่องเดินทองแม่พิมพ์ตะกั่ว มีข้อจำกัด ขนาดตัวอักษร
          5.   เครื่องพิมพ์ทอง  Gold Printer BBL-330A มีความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
          6.  ประเภทของงานที่ผลิตได้ หลากหลายกว่า การใช้แม่พิมพ์ตะกั่ว

               วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2555 ศึกษาการเข้าปกเย็บเล่ม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ที่ได้นำนวัตกรรมการเข้าปกเย็บเล่ม วิทยานิพนธ์ งานวิจัย ของนักศึกษา มีวิธีการหลีกเลี่ยงการทำปกแบบมีแม่พิมพ์เป็นตัวตะกั่ว จึงนำเครื่องยิงเลเซอร์ ROBOTECH LRT-3050 ประกอบกับนำโปรแกรม RLserCut เป็นคำสั่งให้เครื่องยิงแสงเลเซอร์ลงบนปกให้เป็นรอยของตัวอักษร ดังรูป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               การใช้แสงเลเซอร์ยิง ทำให้เกิดตัวอักษรที่ต้องการทำปก โดยการนำปกที่เคลือบด้วยกาวลาเท็กซ์ให้เป็นแผ่นฟิลม์บางๆ เพื่อให้ลอกง่ายหลังจากเคลือบลงสีแล้วยิงด้วยแสงเลเซอร์แล้วนำ สี อัลคาลิกที่เป็นสีทอง ป้ายตัวอักษรบนปก วางทิ้งไว้จนกว่าจะแห้งสนิท แล้วลอกฟิลม์ กาว และสีออกจากปก จะเหลือเฉพาะสีที่ตัวอักษรที่แสงเลเซอร์ยิงลงไปเท่านั้น แล้วนำปกไปเข้าเล่ม


    
 

        

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อสังเกต 
               1)  เครื่องยิงเลเซอร์ ROBOTECH LRT-3050 เป็นเครื่องที่เหมาะกับการใช้งานกับการทำตัวอักษรที่เป็นป้ายหินอ่อน แต่นำมาดัดแปลงแก้ปัญหาในการทำปกซึ่งต้องใช้วิธีที่มีหลายขั้นตอน
               2)  การยิงตัวอักษรลงบนปก จะมีควันเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
               3)  ขั้นตอนที่ทากาวและนำสี อัลคาลิค ป้ายลงบนตัวอักษรของปกจะทำให้เสียเวลามาก ซึ่งการป้ายสีที่ตัวอักษรต้องทาทับหลาย ๆ ครั้ง
               4)  เป็นวิธีการที่แก้ปัญหาได้ดี ในระยะที่ไม่สามารถ จัดหาตัวตะกั่วเป็นแม่พิมพ์ หรือ การนำตัวอักษรทำเป็นบล็อค ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
               5)  ราคาของเครื่องพิมพ์ทองที่มีอยู่ในปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาของเครื่องที่ยิงเลเซอร์

ประมวลภาพภาพประกอบดูงานมหาวิทยาลัยกรุงเทพ 20  กรกฎาคม 2555

เสวนาเรื่อง หนังสือเก่า เล่าเรื่อง มรดกภูมิปัญญาไทย

โดย  ไพจิตร  เกิดอยู่
รมย์ ธนูเทพ
ชัยวุฒิ  บุตตัสสะ

การเสวนา เรื่อง หนังสือเก่า เล่าเรื่อง มรดกภูมิปัญญาไทย ประกอบด้วย 5 หัวข้อ

1.  มรดกภูมิปัญญาในกรมพระจันทบุรีนฤนาถ บรรยายโดย รองศาสตราจารย์ อัมพร  ทีขะระ ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องสมุดหนังสือหายาก และ  รองศาสตราจารย์ ฉลอง  สุนทราวาณิชย์ ผู้อำนวยการหอประวัติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ทรงเป็นราชโอรสองค์ที่ 12 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2417 ทรงเป็นต้น “ราชสกุลกิติยากร”  ศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  จัดการเสวนาเพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ที่ทรงมีต่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมุ่งหวังให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการสร้างองค์ความรู้ทางมรดกภูมิปัญญา เผยแพร่เรื่องราวของหนังสือหายากให้สาธารณชนได้ตระหนักในคุณค่า ความรู้ความสำคัญของหนังสือเก่าที่มีต่อชุมชน สังคมและประเทศชาติ  รองศาสตราจารย์อัมพร ทีขะระ ผู้เชี่ยวชาญด้านหนังสือหายาก ได้เล่าอดีตให้ฟัง ในปี พ.ศ. 2490 พระโอรสและพระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถได้ประทานหนังสือ จำนวน 5,000 เล่ม ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ในระบบการจัดหมวดหมู่ส่วนใหญ่เป็นหนังสือทางด้านศาสนามากที่สุด รองลงมา ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ และภาษาศาสตร์ หนังสือส่วนใหญ่ปรากฏบรรณสิทธิ์แสดงประวัติการครอบครองเป็นลักษณะพิเศษเป็นรูปแมลงป่องหรือตะขาบแต่จริง ๆ แล้ว เป็นลายเซ็นของท่าน ในปัจจุบันเป็นหนังสือหายากในห้องกรมพระจันทบุรีนฤนาถ ชั้น 6 ศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนั้น รองศาสตราจารย์ฉลอง สุนทราวาณิชย์ ผู้อำนวยการหอประวัติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความสำคัญหนังสือหายากห้องกรมพระจันทบุรีนฤนาถ ในมุมมองนักประวัติศาสตร์ หนังสือหายากจะบ่งบอกถึง บุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย ของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งขณะนั้นกรมพระจันทบุรีนฤนาถ เป็นปัญญาชนในช่วงระยะการเปลี่ยนผ่าน ดังนั้นสังคมในขณะนั้นจะเป็นอย่างไร เผชิญอะไร มีกระแส อย่างไร จะค้นหาข้อมูลได้ และกรมพระจันทบุรีนฤนาถ สะสมหนังสือทางด้านศาสนา ภาษาบาลี ซึ่งเป็นเรื่องแปลก ที่ท่านได้เรียนทางด้านการค้า การคลัง และอุตสาหกรรม สำหรับ หนังสือที่เป็น Collection ของโลกตะวันตก ที่มีในห้องกรมพระจันทบุรีนฤนาถ น่าจะบอกถึงการเผชิญกับความเคลื่อนไหวของปัญญาชนในช่วงนั้นได้  นอกจากนั้นใน 3 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การตระหนักและการสำนึกการอยู่ร่วมกันของเพื่อนบ้าน จะมีหนังสือหายากที่เกี่ยวข้องเรียนรู้เรื่องราวของเพื่อนบ้าน อัตลักษณ์ตัวตนเกี่ยวโยงการเรียนรู้มาใช้ในยุคปัจจุบัน ซึ่งการหยิบจับถ้าไม่ต้องผ่านบัตรรายการมีความเป็นไปได้หรือไม่ นั่นคือความหวังของผู้ใช้บริการ

2. เล่าเรื่อง ลีลา “ฉันท์” สาธิตการร้องโดย รองศาสตราจารย์คึกเดช กันตามระ มรดกภูมิปัญญาที่ปัญญาชนต้องอนุรักษ์  “การร้องฉันท์”  วิธีการร้องฉันท์  ผู้ร้องต้องทราบว่าเป็นฉันท์ประเภทใด แต่ละวรรคมีกี่พยางค์ เพื่ออ่านเสียงหนักเบาถูกต้อง การแบ่งจังหวะการใส่ทำนองในการร้อง และการใส่อารมณ์ในการอ่านฉันท์ ซึ่งท่วงทำนอง ลีลาของฉันท์จะผิดแผกต่างกันออกไป และวิทยากรได้สาธิตการร้องฉันท์แต่ละประเภท

3. เสน่ห์หนังสือเก่า นายอเนก นาวิกมูล ให้แนวคิดจากประสบการณ์เสน่ห์หนังสือเก่าอยู่ที่ เนื้อหาดี ภาพปกสวยงาม และคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ เช่น หนังสือภาพในงานพิธี ต่างๆ เช่น พระเมรุ ของรัชกาลที่ 5 หรือหนังสือบางเล่มปกราบเรียบแต่เนื้อหาเป็นธรรมะ หนังสือเพลงขอทานซึ่งเป็นพฤติกรรมการขอในสมัยนั้น ๆ เป็นอย่างไร  ผีอีนาค มีจริงไม่และเกิดขึ้นที่ใด ทำให้ผู้สนใจศึกษาเรื่องราวได้ รวมทั้งเนื้อหา การโฆษณา การแต่งกาย ซึ่งสามารถจะหาได้จากหนังสือเก่า ๆ ทั้งสิ้น

4. หนังสือเก่า ความรัก ความผูกพัน กับคนสำคัญ
ในการเสวนา มีนักเขียน ได้ให้แนวคิดในการใช้หนังสือเก่าในการเป็นนักเขียน ได้อย่างไรบ้าง นางสุกัญญา ชลศึกษ์ ได้กล่าวว่าถึง การเขียน การผูกเรื่องต้องค้นหาความเป็นมาของเรื่องนั้น ๆ จากหนังสือเก่า ๆ ตามยุคสมัยที่ต้องการผูกเรื่องโดยเฉพาะหนังสืองานศพ  เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด   สำหรับ นวนิยาย รสรักปักอุรา เป็นนวนิยายที่ลงรายละเอียดในเรื่องของการรักหนังสือ ซึ่งมีลายเซ็นในหนังสือดึงตัวละครไปรักในสิ่งเดียวกัน นักเขียนอีกท่าน นางชมัยภร แสงกระจ่าง ซึ่งเป็นเจ้าของผลงาน อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ…..ที่รัก เล่มนี้เป็นหนังสือที่รณรงค์ส่งเสริมการอ่านอย่างดี ตัวพระเอกจะเป็นหมอ และนางเอกจะเป็น บรรณารักษ์ หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนสามารถทำให้ผู้อ่านได้อ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอีก ประมาณ 40-80 เล่ม และให้แนวคิด เกี่ยวกับหนังสือของผู้อื่นที่มีลายเซ็นและอยู่ในมือเรา จะให้ความรู้สึก เราได้ของรักของหวงของผู้อื่นมาครอบครอง นอกจากนั้นการอ่านหนังสือเก่า ทำให้สะท้อนเห็นภาพในอดีต ฉากของเรื่องจะปรากฏในเล่มที่อ่าน ทำให้ดำเนินเรื่องในยุคนั้นได้ สำหรับนายแพทย์พงศกร จินดาวัฒน์ นักเขียน อีกท่านได้ให้ข้อคิดในการสะสมหนังสือเก่า เป็นหนังสือที่หายาก มีมูลค่าสูง และการดูแลรักษาค่อนข้างยาก แมลงมักจะทำลายหนังสือจากข้างในและขยายไปเล่มอื่น ๆ เรื่อย ๆ ในปัจจุบันร้านหนังสือเก่า จะรับ order จากต่างประเทศให้จัดหาหนังสือเก่า ๆที่หายาก ซึ่งหนังสือเก่าเหล่านั้นยังไม่มีใครเห็นคุณค่า บางเล่มในประเทศไม่มี จะหาได้จากต่างประเทศ จึงฝากช่วยกันดูแลหนังสือเก่า และควรมีการจัดเก็บที่ใดที่หนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาของนักอ่าน คือการหวงหนังสือ

การเสวนาครั้งนี้ มุ่งหวังให้ตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญ ความรู้ที่ได้รับจากหนังสือเก่า หนังสือหายาก ที่มีต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ

หมายเหตุ : งานเสวนาเรื่อง หนังสือเก่า เล่าเรื่อง มรดกภูมิปัญญาไทย วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน 2555 เวลา 8.30 – 17.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 7 ศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การพัฒนาระบบจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเต็ม (Digital Collection)

ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง
การพัฒนาระบบจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเต็ม (Digital Collection)
ตามโครงการเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยไทย (ThaiLIS)
วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2555
ณ ห้องประชุมศูนย์พัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

โดย  นางสุภาพร  วิมุกตานนท์
บรรณารักษ์ แผนกบริการสารสนเทศ
นางสาววลัยภรณ์ ไพเราะ
เจ้าหน้าที่ แผนกทรัพยากรสารสนเทศ

เวลา 09.00 น.   กล่าวเปิดงาน

การประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อให้มหาวิทยาลัย/สถาบันที่เป็นสมาชิกได้พบปะหารือ นำเสนอปัญหาและข้อเสนอแนะให้กับคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รับทราบ เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้งานรวมไปถึงการปรับปรุงพัฒนาระบบจัดเก็บเอกสารฉบับเต็มรูปอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Collection) ให้สอดคล้องและตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานระบบในปัจจุบันและแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

โครงการในอนาคตที่จะเกิดขึ้นมีอีก 3 โครงการด้วยกัน ได้แก่
(1)  โครงการการจัดอบรม Digital Image ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2555 โดยจะแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย อบรมกลุ่มละ 2 วัน
(2)   โครงการ Training the Trainer โดยทำการคัดเลือกมหาวิทยาลัยนำร่องมาบางแห่ง
(3)   โครงการ Citation การจัดทำการอ้างถึง

สำหรับในวันนี้จะแบ่งกลุ่มย่อยเป็น 5 กลุ่ม เพื่อทำการระดมสมอง ได้แก่ กลุ่มมหาวิทยาลัยส่วนกลาง กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยราชมงคล กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน และกลุ่มวิทยาลัยและหน่วยงานอื่น

เวลา 09.20 น. ระดมสมอง (โดย คุณวรจิตติ์ ปิยะภาณี และ คุณสุชล แก้วประทุม เป็นหัวหน้ากลุ่มย่อยที่ 4)

สรุปปัญหาและข้อเสนอแนะของกลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน ดังนี้
(1)     ปัญหาการอัพโหลดไฟล์ข้อมูลทำได้นานมาก
(2)     การตั้งชื่อไฟล์ที่ไม่เป็นในแนวทางเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นมหาวิทยาลัยส่วนกลาง รวมไปถึงการแตกไฟล์เป็นไฟล์ย่อยตามเกณฑ์ที่เคยกำหนดให้ แต่บางสถาบันรวมไฟล์เป็นไฟล์เดียว
(3)     เสนอแนะให้เพิ่ม Tag ที่เป็นคำสำคัญ (Keyword)
(4)     ปัญหาในการสืบค้นที่ระบุคำค้นไปแล้วพบผลลัพธ์ที่กว้างมาก
(5)     ปัญหาในการแสดงผลข้อมูล ไม่สามารถคลิกไปยังหน้ารายการถัดไปได้
(6)     ดาวน์โหลดไฟล์แล้วได้ไม่ตรงกับชื่อรายการนั้นๆ (ข้อมูลไม่สัมพันธ์กัน)
(7)     ปัญหาในการล็อกอินเข้าใช้งานของผู้ใช้งาน ในกรณีที่สืบค้นและดาวน์โหลดไฟล์จากนอกสถาบัน
(8)     บางมหาวิทยาลัยไม่มีผลงานที่เป็นวิทยานิพนธ์ (ส่วนใหญ่เป็นสารนิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ) ทำให้ไม่มีข้อมูลป้อนเข้าไปในระบบ บางครั้งทำให้ขาดช่วงการทำงานไป
(9)     ต้องการให้มีรายงานแสดงสถิติการทำงานและการใช้งานออกมาให้ด้วย
(10) กรณีที่แจ้งยอดให้แก่ทาง สกอ. แต่ปฏิบัติงานจริงไม่ตรงตามยอดที่แจ้งไป — ในกรณีนี้ทางคณะกรรมการฯ ขอความกรุณาทำจดหมายแจ้งไปที่ สกอ. เพื่อให้ทาง สกอ. ได้รับทราบต่อไป
(11) ในกรณีของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวที่มีวิทยานิพนธ์เป็นภาษาจีน ต้องการให้ระบบมีการเพิ่มภาษาจีนเข้าไปให้ด้วย
(12) เกณฑ์ของหนังสือหายากที่จะนำมาเข้าใน Digital Collection – คุณวรจิตติ์ แนะนำว่าควรจะเป็นหนังสือสมัย ร.4 ร.5 ร.6 หรือเป็นหนังสือที่ที่อื่นไม่มีแต่เรามีอยู่ที่เดียว หนังสือที่หอสมุดแห่งชาติไม่มี ไม่ติดลิขสิทธิ์ หนังสือที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

เวลา 12.45 น. นำเสนอปัญหาและข้อเสนอแนะของแต่ละกลุ่มย่อย

กลุ่มที่ 1 กลุ่มมหาวิทยาลัยส่วนกลาง

ปัญหาที่พบ ได้แก่ ปีพิมพ์หายไปหลังจากที่ป้อนข้อมูลไปแล้ว | การเพิ่ม element ที่ไม่สามารถใช้งานได้ | ต้องการค้นหาข้อมูลเฉพาะฟิลด์ที่ต้องการทำการแก้ไข | ต้องการให้เพิ่มฟิลด์สำหรับผู้ที่ทำการแก้ไขข้อมูลล่าสุด | ต้องการให้ทำชื่อมหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มๆ เพื่อง่ายต่อการค้นหาตามมหาวิทยาลัย | ต้องการให้ปุ่ม “ยอมรับเงื่อนไข” เด่นขึ้นมากว่านี้ | การอัพโหลดไฟล์นานมาก | บทคัดย่อจะลงหรือไม่ลงก็ได้ | กรณีที่รายการยังทำไม่สมบูรณ์ อยากให้สามารถ Sub-Face เพื่อให้ผู้ใช้มองเห็นได้

กลุ่มที่ 2 และ กลุ่มที่ 3 กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยราชมงคล

ปัญหาที่พบ ได้แก่ จำนวนที่ทำได้ไม่ตรงตามยอดที่แจ้งไปทาง สกอ. | การตั้งชื่อไฟล์ (บางที่ยังตั้งชื่อเป็นภาษาไทย) | อยากให้ทำการแยกวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก และสาขาวิชา | กรณีที่เป็นงานวิจัยต่อเนื่อง มีชื่อเรื่องเดียวกันต่างกันแค่ปีพิมพ์ จะทำการลงรายการอย่างไร

กลุ่มที่ 4 กลุ่มวิทยาลัยพยาบาลและหน่วยงานอื่นๆ

ปัญหาที่พบ ได้แก่ การแยกไฟล์และการตั้งชื่อไฟล์ | รายงานสถิติการเข้าใช้งานและการดาวน์โหลดไฟล์ข้อมูล | หน้าการสืบค้น อยากให้ตั้งค่า Default ไว้ว่าเป็นการสืบค้นจากทุกเขตข้อมูล | ต้องการให้มีคู่มือแนะนำการสืบค้นสำหรับผู้ใช้บริการ

กลุ่มที่ 5 กลุ่มมหาวิทยาลัยเอกชน

(ปัญหาที่พบตามข้อมูลด้านบน)

เวลา 13.30 น. ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่พบ (โดย อาจารย์จีระพล คุ่มเคี่ยม)

อาจารย์จีระพล คุ่มเคี่ยม ได้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่แต่ละกลุ่มย่อยนำเสนอ ดังนี้

  • ยังไม่มีกลไกที่ใช้ในการตรวจสอบว่าข้อมูลได้ทำการอัพเดทในทุกเซิร์ฟเวอร์ โดยจะมีเซิร์ฟเวอร์หลัก 1 ตัว และเซิร์ฟเวอร์ปลายทางอีก 5 ตัว
  • กำลังปรับปรุงในส่วนของการเพิ่มฟิลด์สืบค้นข้อมูลจากทุกเขตข้อมูล
  • สามารถกรองรายชื่อมหาวิทยาลัยและประเภทของทรัพยากรที่ต้องการได้
  • กำลังดำเนินการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์สำหรับสารนิพนธ์ / การค้นคว้าอิสระ / การศึกษาพิเศษ ซึ่งจะเป็นคนละส่วนกับวิทยานิพนธ์
  • จากหน้าหลักของ ThaiLIS http://www.thailis.or.th กำลังทำการทดสอบระบบ Thailand Virtual Union Catalog สามารถทำการสืบค้นจากทุกแหล่ง สามารถระบุมหาวิทยาลัย ระบุสาขา หรือระบุหัวเรื่องที่ต้องการได้
  • จะดำเนินการให้แสดงชื่อผู้สร้างข้อมูลและผู้แก้ไขข้อมูลในแต่ละครั้งให้ (ตอนนี้ยังไม่แสดงให้เห็น)
  • การตรวจสอบชื่อเรื่องและประเภทซ้ำ จะทำการเพิ่มในส่วนของ Creator ให้ เพื่อที่ผู้ปฏิบัติงานจะไม่ต้องคลิกเข้าไปดูหลายขั้นตอน
  • จะปรับปรุงในส่วนของการอัพโหลดไฟล์ ให้สามารถอัพโหลดไฟล์ได้ครั้งละหลายไฟล์
  • กรณีที่ไม่สามารถคลิกไปดูผลลัพธ์ยังหน้าถัดไปได้ เป็นความผิดพลาดของแอดมินเอง ซึ่งจะรีบดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด
  • Site Admin ของแต่ละมหาวิทยาลัย สามารถทำการแก้ไขหรือกำหนดรูปแบบการแสดงผลของผู้ใช้ได้ เช่น สีของตัวอักษร ขนาดของตัวอักษร เป็นต้น
  • ต่อไปในการดาวน์โหลดไฟล์ของผู้ใช้ สามารถทำการดาวน์โหลดได้ทีละหลายไฟล์ในครั้งเดียว ผู้ใช้จะได้ไม่ต้องทำการยืนยันหลายครั้ง (ให้เลือกว่า ดาวน์โหลดทั้งหมด หรือ ดาวน์โหลดไฟล์ที่เลือก)
  • รายการที่ยังทำไม่สมบูรณ์ สามารถเลือกให้ Sub-Face ได้
  • ตอนนี้กำลังพัฒนาในเรื่องของการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน โดยจะทำการตรวจเทียบทั้งเล่ม-ทั้งหน้า-ทั้งบรรทัด-ตามตัวอักษร

หมายเหตุ : การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การพัฒนาระบบจัดเก็บเอกสารในรูปอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเต็ม (Digital Collection) ตามโครงการเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยไทย (ThaiLIS)” ในวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2555 ณ ห้องประชุมศูนย์พัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  มีผู้เข้าร่วมประชุม ดังนี้  นางสุภาพร  วิมุกตานนท์ และนางสาววลัยภรณ์  ไพเราะ

Online Information & Education Conference 2012

Online Information & Education Conference 2012

โดย สุพดี  บรรจงแต้ม

วันที่ 22-23 มีนาคม  2555 มีการสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติ Online information & Education Conference 2012 ณ  ห้องประชุมรักตะกนิษฐ  มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตกับ บริษัท บุ๊คโปรโมชั่น แอนด์ เซอร์วิส จำกัด และบริษัท บุ๊คเน็ทจำกัด โดยมี รศ.นพ. กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธานในการสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติในครั้งนี้ และมีการนำเสนอหลักการแนวคิด และประสบการณ์การจัดการความรู้กับการประยุกต์ใช้ในงานห้องสมุด โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการห้องสมุดดิจิตอลจากประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ สรุปความดังนี้

หัวข้อเรื่อง The Undergrad and the Digital Library: New Challenges,  New Service Models
วิทยากรโดย Mr. Peter Sidorko จาก The University of Hong Kong กล่าวถึงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาใน The University of Hong Kong ว่า ทรัพยากรสารสนเทศมีมากมาย อยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เป็น open access บ้าง มีอยู่ใน social media บ้าง ผู้ใช้สามารถเข้าไปใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา มีการใช้ Mobile Web กันมากขึ้น ซึ่งมีความเร็วกว่าการใช้ web บนเครื่องคอมพิวเตอร์ มีการศึกษาเมื่อเดือนธันวาคม 2553 พบว่า มีผู้ใช้ Mobile Web ในประเทศอียิปต์ มากถึงร้อยละ 70 ในขณะที่ในประเทศไทยมีเพียงร้อยละ 32 ในแง่ของห้องสมุดต้องสร้างการเรียนรู้ผ่านสารสนเทศดิจิตอล ห้องสมุด The University of Hong Kong มีการใช้งบประมาณในการจัดหาสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น มีการซื้อ print serials ลดลงร้อยละ 42 และซื้อ eSerials ร้อยละ 281  ทั้งนี้เนื่องจากนักศึกษาอยู่ในยุคดิจิตอลซึ่งมีอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มีการติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลา และมีการเรียนรู้ผ่านสารสนเทศดิจิตอล ทำให้กิจกรรมการใช้ห้องสมุดของนักศึกษาในหลายด้านลดลง ได้แก่ การใช้หนังสืออ้างอิงในการทำวิจัย การใช้บทความจากวารสาร การใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ การยืมตัวเล่มหนังสือ การใช้เวลาว่างเพื่อการอ่านหนังสือ ในขณะเดียวกันนักศึกษาส่วนใหญ่จะค้นสารสนเทศโดยใช้ Search engine  มากถึงร้อยละ 83

หัวข้อเรื่อง Ruminations on Education
วิทยากรโดย Dr. Lee Chu Keong จาก Nanyang Technological  University กล่าวถึง การศึกษาในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งผู้ปกครองยอมจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้บุตรหลานที่เรียนในโรงเรียนของรัฐได้เรียนพิเศษ วิทยากรมีความเห็นว่าถึงแม้นักเรียนในประเทศสิงคโปร์จะได้รับคะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ (TIMMS) สูงเป็นอันดับ 2 จาก 50 ประเทศทั่วโลกในปีค.ศ. 2007 แต่สาเหตุที่นักเรียนสามารถทำโจทย์คณิตศาสตร์ได้เกิดจากการฝึกฝนให้ทำข้อสอบรูปแบบเดิมซํ้าแล้วซํ้าอีก จึงเกิดข้อสงสัยว่า นักเรียนในปัจจุบันได้รับการอบรมสั่งสอน (Teaching) หรือเป็นเพียงการฝึกฝน (Training) ซํ้าไปซํ้ามาเท่านั้น ความรู้ที่นักเรียนได้รับยังเน้นไปที่ความรู้เชิงวิชาการมากกว่าความรู้เชิงปฏิบัติการ  เมื่อวิเคราะห์ตัวชี้วัดสมรรถนะหลัก (KPI) ของอาจารย์ผู้สอนพบว่า ผู้สอนจะใช้ผลการเรียนของนักเรียนเป็นตัวชี้วัดหลักเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงผู้เรียนจำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งอื่นๆ อีกมากมาย เช่น มารยาทที่ดี การแสดงความเคารพผู้อาวุโส ความรับผิดชอบ การเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม การไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติด การให้ความระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และเชาว์ปัญญา เป็นต้น แต่กลับไม่มี KPI สำหรับสิ่งเหล่านี้เลย   วิทยากรได้กล่าวถึง ลักษณะจิต  5 ประการ (จากหนังสือเรื่อง Five Minds For the Future ของ  Howard Gardner) ของบุคคลที่จะประสบความสำเร็จ ได้แก่
1. จิตแห่งวิทยาการ
2. จิตแห่งการสังเคราะห์
3. จิตแห่งการสร้างสรรค์
4. จิตแห่งความเคารพ และ
5. จิตแห่งคุณธรรม
ซึ่ง Dr.Lee กล่าวเน้นถึง จิตแห่งวิทยาการ ซึ่งหมายถึงการมีความรู้อย่างลึกซึ้งในวิทยาการใดเป็นพิเศษ ซึ่งต้องใช้เวลาในการบ่มเพาะความรู้ในสาขานั้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี จึงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญได้ และโรงเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องสมุดมีเวลาในการสร้างจิตแห่งวิทยาการให้กับนักเรียนน้อยมากเนื่องจากเวลาส่วนใหญ่ของนักเรียนหมดไปกับการแสวงหาความรู้ทางวิชาการ  บรรณารักษ์เองควรสร้างให้ตนเองเกิดจิตแห่งวิทยาการ โดยพยายามคิดหาคำตอบว่า ศาสตร์ที่เป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะของเราคืออะไร องค์ความรู้และกระบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่งความเชี่ยวชาญนั้นมีอะไรบ้าง  เราได้ฝึกฝนตนเองเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆ หรือยัง  เราได้ฝึกฝนทักษะนั้นอย่างสมํ่าเสมอหรือไม่ และเรายังคงเดินตามรอยเท้าของผู้อื่นอยู่หรือไม่  นอกจากนี้ Dr.Lee ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับจิตที่จำเป็นในอนาคต ซึ่ง Gardner ไม่ได้กล่าวถึง ได้แก่

1. จิตแห่งการเงิน (Financial Mind) เช่น ข้อมูลในปีค.ศ. 2009 พบว่า ครึ่งหนึ่งของบุคคลที่ล้มละลายมีสาเหตุมาจาก การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากเกินไป แสดงว่าบุคคลเหล่านี้มีปัญหาทางด้านการควบคุมการใช้จ่าย และใช้จ่ายเกินความจำเป็น วิธีการแก้ไข คือ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง

2. จิตแห่งการตีความ และมีสติรู้เท่าทัน (Read – between-the-lines Mind) เช่น อีเมลล์หลอกลวงว่าผู้รับจะได้รับเงินจำนวนมาก ซึ่งมีผู้หลงเชื่อ เนื่องจากไม่มีสติเท่าทัน และขาดทักษะในการตีความและวิเคราะห์ข้อมูล

3. จิตแห่งไหวพริบและการเอาตัวรอด (Streetsmart Mind) เช่น ศัลยแพทย์ถูกหลอกลวงให้ซื้อสารเคมีที่ช่วยล้างหมึกสีดำจากธนบัตรจริงได้ แสดงว่าถึงแม้จะมีการศึกษาสูง ก็ยังตกเป็นเหยื่อ เพราะการศึกษาเน้นที่การฝึกฝน มากกว่า การสั่งสอนให้ผู้เรียนเกิดไหวพริบและทักษะในการเอาตัวรอด

4. จิตแห่งการยอมรับความผิดพลาด (Failure-is-part-of-life Mind) เช่น นักวิชาการของบริษัทชื่อดังตัดสินใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากผิดหวังในความรัก ปัญหาเกิดจาก บุคคลนั้นไม่เคยเผชิญความผิดหวังในชีวิต วิธีการแก้ไข คือ ให้บุคคลได้มีโอกาสพบความผิดหวังโดยเฉพาะในช่วงแรกของชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่ความผิดหวังที่เกิดขึ้นยังไม่มีผลกระทบต่อชีวิตมากนัก

หัวข้อเรื่อง Preserving the Past : Technologies for Today
โดย Mr.Jeffrey  Trzeciak จาก  McMaster University  กล่าวถึง ความร่วมมือระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัย McMaster กับภาคเอกชน และพูดถึงภารกิจของห้องสมุดในยุคปัจจุบันที่มีด้วยกัน 3 ประการ คือ
1. การดำเนินการเพื่อให้ได้รับความสนใจจากผู้บริหาร
2. การดำเนินการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริหาร และ
3. การรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรสารสนเทศและงบประมาณของห้องสมุด

ทั้งนี้ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย McMaster จำเป็นต้องปรับตัวภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ความต้องการของผู้ใช้บริการ และงบประมาณที่จำกัด โดยผู้บริหารมีนโยบายให้เก็บรักษาและเผยแพร่ Collection เอกสารพิเศษของมหาวิทยาลัยในรูปแบบของสื่อดิจิตอล จึงได้ดำเนินการโดยร่วมมือกับสำนักพิมพ์ 2 แห่งคือ  Gale Cengage และ Adam Matthew Digital  ได้นำจดหมายที่เกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และการต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว เอกสารที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 1 มาทำเป็นรูปแบบดิจิตอล และมีการพัฒนาระบบในการเข้าถึงข้อมูล ทำการตลาด เปิดให้สาธารณะชนเข้าถึงข้อมูลได้ไม่เกิน 20%  ทำให้มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่มขึ้น

หัวข้อเรื่อง Data Science : The New Science of  Information ?
โดย Prof. Paul Gandel  จาก Syracuse University ซึ่ง Prof. Paul ได้ทำการศึกษาร่วมกับนักวิจัยและนักศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ข้อมูล  (Data Science) ซึ่งเป็นศาสตร์สารสนเทศแนวใหม่ เกิดขึ้นจากการมีข้อมูลเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ทำให้เกิดความต้องการบุคลากร เพื่อทำหน้าที่ในการดูแลจัดเก็บข้อมูลเหล่านั้นแล้วนำมาจัดทำเป็นสารสนเทศเพื่อให้สามารถนำสารสนเทศเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ได้ จากการศึกษาพบว่าลักษณะงานของบุคลากรในสาขา eScience นั้นเป็นการทำงานกับข้อมูล เช่น การจัดเก็บ การจัดการ การวิเคราะห์ และการนำเสนอข้อมูล ทำงานกับบุคคล เช่น การหาความร่วมมือ การจัดการอบรม การประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารกับบุคคลอื่น การวิเคราะห์ความต้องการ และทำงานกับเทคโนโลยี/อุปกรณ์ต่างๆ เช่น การศึกษา ให้คำแนะนำ และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในการใช้เทคโนโลยี ตลอดจนการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานในสาขานี้ ประกอบด้วย
1. ความรู้ เช่น ความรู้ด้านฐานข้อมูล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการเขียนโปรแกรม
2. ทักษะ เช่น การบริหารจัดการ การสื่อสาร การเขียนโปรแกรม การใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไป
3. ความสามารถ เช่น การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น และ
4. การใช้เครื่องมือ เช่น ซอฟต์แวร์ต่างๆ ระบบฐานข้อมูล เว็บไซต์

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล จะมีบทบาทในการดูแล และเก็บรักษาข้อมูล  ทำการประสานงานระหว่างกลุ่มผู้วิจัยกับกลุ่มผู้ที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีบทบาทที่สามารถปรับเปลี่ยนไปมาได้ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ กับนักเทคโนโลยีสารสนเทศ  นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลยังต้องมีความสามารถและทักษะในการสร้างกรอบแนวคิด การจัดการอย่างมีระบบ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือต่างๆ รู้จักการคิดสังเคราะห์ การคิดวิเคราะห์ และมีความรู้เฉพาะทางด้วย

หัวข้อเรื่อง Future Library
วิทยากรโดย Mr. Pote N. Lee, CEO iGroup (Asia Pacific) Limited ได้พูดถึงห้องสมุดในปัจจุบันว่านักศึกษาจะไม่ค่อยมาใช้ห้องสมุด เนื่องจากคิดว่าใช้บทเรียนออนไลน์ได้ และ Resources มีมากมาย ภายใน 3 ปี หนังสือตำราต่างๆ ที่เป็นเล่มจะถูกไปบริการในระบบ Online ดังนั้นห้องสมุด ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้นักศึกษาอยากมาใช้ห้องสมุดกันมากขึ้น แนวทางของที่วิทยากรเสนอ คือ
1. สร้าง Learning Space
2. จัดสถานที่ให้รองรับนักศึกษาที่มาใช้ห้องสมุดเป็นกลุ่มได้ นักศึกษาอาจจะมา Relax
3. Social Network เร็วมาก
4. ต้อง Open Access  มีหนังสือ วารสารมากขึ้น
5. คิดทำให้ข้อมูลที่ห้องสมุดมีอยู่มีประโยชน์ต่อสังคม

การเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมรูปแบบ APA

อาจารย์สุวคนธ์  ศิริวงศ์วรวัฒน์
ผู้อำนวยการศูนย์สนเทศและหอสมุด
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
9 พฤษภาคม 2555

สาระสังเขป :

1.  บทนำ
2.  การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา
2.1  การเขียนอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา (In-Text Citation)
2.2  การเขียนอ้างอิงแบบเชิงอรรถ (Footnote Citation)
3.  การเขียนบรรณานุกรมท้ายเล่ม
3.1  ข้อกำหนดในการเขียนรายการบรรณานุกรม
3.2  การเรียงรายการบรรณานุกรม
3.3  การลงรายการบรรณานุกรมของสื่อประเภทต่างๆ
3.4  ตัวอย่างการเขียนบรรณานุกรมท้ายเล่ม
4.  บรรณานุกรม

1.  บทนำ

จากบทความที่เขียนลงในวารสาร ปี ค.ศ. 1929  มีการออกแบบมาตรฐานสำหรับการสื่อสารของนักวิชาการของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (American Psychological Association) นั่นคือการจัดทำคู่มือการลงรายการสิ่งพิมพ์ของ APA หรือเรียกว่า “Publication Manual of the American Psychological Association” ผู้ที่มาร่วมพิจารณาจัดทำคู่มือมีทั้งนักจิตวิทยา นักมานุษยวิทยา และนักบริหารจัดการ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสภาวิจัยแห่งชาติ (National Research Council) โดยพวกเขาพยายามหารูปแบบ (style) กฎเกณฑ์ที่ไม่ยุ่งยากสำหรับการเขียนอ้างอิงในเนื้อหา และการเขียนอ้างอิงท้ายเล่ม  โดยระบุหน่วยข้อมูลที่สำคัญ เพื่อสะดวกในการสืบค้นข้อมูลสำหรับการศึกษา ค้นคว้า และวิจัยต่อไป (APA, 2010, pp. xiii – xiv)

ปัจจุบัน รูปแบบ APA (APA Style)  กำหนดรูปแบบมาตรฐานในวารสาร หนังสือ และฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ Publication Manual of the American Psychological Association มีการปรับปรุงตลอดมา โดยมีกรรมการมาจากกลุ่มวิชาชีพต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ฉบับล่าสุด เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 พิมพ์/ลิขสิทธิ์ ค.ศ. 2010 (APA, 2010, p. xv)

งานเขียนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารวิชาการ บทความ ตำรา วิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์ และหนังสือวิชาการ หรืองานวิจัย เป็นการศึกษา ค้นคว้า ที่นำข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาใช้ในงานเขียนของผู้เขียนอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้เขียนต้องระบุหลักฐานแหล่งที่มาของข้อมูลที่นำมาอ้างอิง  การเขียนอ้างอิงในงานเขียนมี 2 รูปแบบ คือ การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา โดยอาจจะระบุแหล่งหน้าข้อความที่นำมาอ้างอิง หรือท้ายข้อความที่ยกมาอ้างอิง และการเขียนรายการอ้างอิงท้ายเล่ม ซึ่งอาจจะเรียกว่า “หนังสืออ้างอิง” หรือ “Reference List หรือ Reference” ซึ่งในกรณีนี้ รายการอ้างอิงในเนื้อหา จะต้องมีรายละเอียดในรายการ หนังสืออ้างอิง ทุกรายการ ส่วนรายการอ้างอิงท้ายเล่มที่เรียกว่า “บรรณานุกรม” หรือ “Bibliography”  นอกจากมีรายละเอียดของรายการที่อ้างอิงในเนื้อหาทุกรายการแล้ว  ผู้เขียนสามารถนำรายการบรรณานุกรมมาเพิ่มเติมได้อีก ซึ่งอาจจะไม่ปรากฏในเนื้อหา

ผู้เขียนได้ศึกษารายละเอียดของการเขียนอ้างอิงและบรรณานุกรมรูปแบบ (Style) ของ APA จาก “Publication Manual of the American Psychological Association” ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 อย่างละเอียด รวมทั้ง “การอ้างถึงและการลงรายการบรรณานุกรมกฎ APA” ของมหาวิทยาลัยพายัพ และเอกสารอื่นๆ ที่ปรากฏในรายการบรรณานุกรมท้ายบทความนี้  ใช้เวลาเขียนและหาตัวอย่างมาประกอบเพื่อผู้ใช้จะได้เข้าใจคู่มือชัดเจนขึ้น โดยใช้เวลาว่างจากการปฏิบัติงานประจำ ตลอดปี 2554  เมื่อลุล่วงก็รู้สึกเหมือนทำงานวิจัย 1 ชิ้นสำเร็จ

จุดประสงค์เพื่อเป็นคู่มือสำหรับการเขียนอ้างอิงทั้งในเนื้อหาและการอ้างอิงท้ายเล่มในรูปแบบ (Style) APA สำหรับนักวิจัย คณาจารย์ นักเขียน นักศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และผู้สนใจทั่วไป

สุดท้ายผู้เขียนต้องขอขอบคุณบุคลากรศูนย์สนเทศและหอสมุดหลายคน เช่น คุณไพจิตร  เกิดอยู่ คุณณัฐสิทธิ์  พุฒิวิสารทภาคย์  ที่ช่วยในการหาข้อมูลมาให้เป็นตัวอย่าง และช่วยจัดพิมพ์ต้นฉบับของคู่มือฉบับนี้จนลุล่วง

2.  การเขียนอ้างอิงในเนื้อหา (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

2.1  การเขียนอ้างอิงแบบแทรกในเนื้อหา (In-Text Citation)

2.2  การเขียนอ้างอิงแบบเชิงอรรถ (Footnote Citation)

3.  การเขียนบรรณานุกรมท้ายเล่ม (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

3.1  ข้อกำหนดในการเขียนรายการบรรณานุกรม

3.2  การเรียงรายการบรรณานุกรม

3.3  การลงรายการบรรณานุกรมของสื่อประเภทต่างๆ

3.4  ตัวอย่างการเขียนบรรณานุกรมท้ายเล่ม

4.  บรรณานุกรม (คลิกที่นี่เพื่อดูเนื้อหาฉบับเต็ม)

Microsoft Outlook 2007

โดย  พรเทพ  ยอแสงรัตน์

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง Microsoft Outlook 2007 โดย นายพรเทพ  ยอแสงรัตน์  หัวหน้าแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศ  ศูนย์สนเทศและหอสมุด  เมื่อวันที่ 26 – 27 มีนาคม 2555 ณ ห้อง LAB 12 ศูนย์คอมพิวเตอร์ อาคาร 8 ชั้น 3 ให้แก่บุคลากรของศูนย์สนเทศและหอสมุด มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 56 คน

เอกสารประกอบการฝึกอบรม

วันที่ 26 มีนาคม 2555
Outlook 2007-1   คลิกที่นี่เพื่อเปิดอ่าน
Outlook 2007-2   คลิกที่นี่เพื่อเปิดอ่าน

วันที่ 27 มีนาคม 2555
Outlook 2007-1   คลิกที่นี่เพื่อเปิดอ่าน
Outlook 2007-2   คลิกที่นี่เพื่อเปิดอ่าน

การสืบค้นสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ให้บริการ

โดย  สาวิตรี  แสงวิริยภาพ

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การสืบค้นสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ให้บริการ โดย นางสาวิตรี แสงวิริยภาพ หัวหน้าแผนกบริการสารสนเทศ  ศูนย์สนเทศและหอสมุด  เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 ณ ห้อง LAB 13 ศูนย์คอมพิวเตอร์ อาคาร 8 ชั้น 2 ให้แก่ผู้ให้บริการที่ปฏิบัติงานภาคค่ำ และวันเสาร์-อาทิตย์ ในหัวข้อของงานบริการของห้องสมุด การสืบค้นหน้า Homepage LAIC  การให้บริการฐานข้อมูลออนไลน์ และแบบฝึกหัด มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 15 คน

เอกสารประกอบการฝึกอบรม คลิกที่นี่เพื่อเปิดอ่าน

สืบค้นข้อมูล
คลังเก็บ
หมวดหมู่
หัวข้อที่มีการอ่านมากสุด
2 CUL 3G Balanced Scorecard Boston Library Consortium California Digital Library Georgia Pines Hong Kong Central Library Hong Kong University of Science and Technology Library ISSN Lib 2.0 Lynn Scott Cochrane Nong Ping OhioLINK Pao Yue Kong Library The Hong Kong Polytechnic University Library University of Hong Kong Library WALAI AutoLib Web 2.0 กรุงเทพมหานคร การบริหารจัดการห้องสมุด การฝึกอบรม การพัฒนาสารสนเทศศาสตร์ การวัดผลงานเชิงดุลยภาพ การวิจัยสารสนเทศศาสตร์ การศึกษาสารสนเทศศาสตร์ การสื่อสาร การส่งเสริมการอ่าน จดหมายเหตุ จดหมายเหตุมหาวิทยาลัย จินดามณี นวัตกรรมห้องสมุด บุคลิกภาพ ระบบห้องสมุดโอเพนซอร์ส ศึกษาดูงานห้องสมุดฮ่องกง ศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันวิทยบริการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สารเมลามีน หมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง หอจดหมายเหตุ ห้องสมุดกับการวิจัย ห้องสมุดกับการศึกษา ห้องสมุดในฮ่องกง เครือข่ายความร่วมมือของห้องสมุด เทคโนโลยีการสื่อสาร เลขมาตรฐานสากลประจำวารสาร
จดหมายข่าว
บล็อกอื่นๆ
ผู้ดูแลระบบ